

รองศาสตราจารย์ วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับเชิญเข้าร่วมเสวนา 2 งานสำคัญที่จัดภายใต้ Asia Sustainable Energy Week 2026 (ASEW2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ประกอบด้วย 1. การสัมมนาวิชาการ The 22nd Renewable Energy Asia Conference 2026 ภายใต้แนวคิด “Driving Sustainable Energy Innovation through Regional Partnerships” จัดโดย บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และ 2. การสัมมนาวิชาการ “แนวทางดำเนินกิจกรรมและแนวทางทางการเงินสำหรับไฮโดรเจนสีเขียวในระดับภูมิภาค” (Regional Green Hydrogen Activities and Financing) จัดโดย สมาคมไฮโดรเจนประเทศไทย (Hydrogen Thailand Association) ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ ASEW 2026 ในปีนี้จัดขึ้นเพื่อรองรับแนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อความสำเร็จร่วมกัน

ในการสัมมนาวิชาการ The 22nd Renewable Energy Asia Conference 2026 ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 รศ.วงกต ได้เสนอวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “บทบาทของการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย: จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสู่ทิศทางในอนาคต” (Role of Industrial Decarbonization in Thailand: From Past Performance to Future Direction) โดยเน้นผลการลดก๊าซเรือนกระจกเน้นที่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคอุตสาหกรรมไทย โดยได้กล่าวถึงภาพรวมของประเทศไทยที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมุมมองและระบบนิเวศทางเทคโนโลยี เพื่อพลิกวิกฤตสภาพภูมิอากาศให้เป็นโอกาสขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมยกระดับเป้าหมายสู่แผน NDC 3.0 (ปี ค.ศ. 2031–2035) เน้นย้ำที่แนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมของไทย ตามแผนที่นำทางมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG) ภายในปี ค.ศ. 2050 และระบุว่าอุตสาหกรรมเป็นภาคส่วนที่มีการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายสูงเป็นอันดับสองรองจากภาคขนส่ง ซึ่งรัฐบาลได้กำกับดูแลผ่าน พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เน้นที่โรงงานและอาคารที่เข้าข่ายลักษณะเฉพาะ โดย รศ.วงกต ได้นำเสนอถึงกลไกการวัดผลแบบสะสมและวิธีการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการนับซ้ำ (Double counting) และเสนอแนวโน้มเทคโนโลยีในอนาคตที่สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero GHG ของประเทศ


สำหรับการประชุมสัมมนา Regional Green Hydrogen Activities and Financing ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 รศ.วงกต ได้เสนอวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “พลังงานไฮโดรเจน: การพัฒนากำลังคนทักษาะสูงและระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย” (Hydrogen for Energy: Building Thailand’s High Skill Workforce & Innovation Ecosystem) โดยเสนอนโยบายและบทบาทความเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนมุ่งเน้นมิติการพัฒนากำลังคน ควบคู่ไปกับการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านระบบนิเวศนวัตกรรมของไทย การเสนอปัจจัยเอื้อ (Enabling Factors) ในภาพรวมตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตและพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง (Talents) และการกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องของไฮโดรเจนที่สอดรับกับแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan: NEP 2050) โดย สอวช. อ้างอิงรายงานการศึกษาด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการความช่วยเหลือทางวิชาการ (Technical Assistance) จากศูนย์และเครือข่ายเทคโนโลยีภูมิอากาศ (Climate Technology Centre and Network: CTCN) ของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ตลอดจนผลการศึกษาทักษะสีเขียว (Green Skills) และการสำรวจความต้องการกำลังคนด้านความยั่งยืนรวมถึงประมาณการในด้านไฮโดรเจนโดยใช้ข้อมูลจากงานศึกษา Talent landscape ของ สอวช. เพื่อประกอบการนำเสนอ ครอบคลุมทั้งการประเมินความต้องการในตำแหน่งงานเกิดใหม่ (New Jobs) และการยกระดับทักษะในตำแหน่งงานปัจจุบัน (Existing Jobs) เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ทั้งนี้ สอวช. ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางด้านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (National Designated Entity: NDE) ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ภายใต้ UNFCCC มีพันธกิจด้านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Development and Transfer) รับผิดชอบประเด็นข้อตกลงและการเจรจาเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาพลังงานโดยเฉพาะพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero GHG ของประเทศ