กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร จัดงาน ASEAN Semiconductor Forum 2026 ระหว่างวันที่ 24–25 กันยายน 2569 ณ โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช พัทยา จังหวัดชลบุรี ภายใต้หัวข้อ “Building a Future-Ready ASEAN Semiconductor Ecosystem through Science, Technology and Innovation Collaboration and Global Partnerships” โดยมี สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สอวช.) ร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม ซึ่งบุคลากรจากหลายฝ่ายของ สอวช. ได้ร่วมเป็นคณะทำงาน ได้แก่ ฝ่ายนโยบายกำลังคนตามความต้องการของประเทศ ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ ในโอกาสนี้ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และ ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวเปิดงานพร้อมปาฐกถาพิเศษผ่านวีดิทัศน์ในหัวข้อ “Shaping ASEAN’s Semiconductor Future: Acting as One” เน้นการผสานศักยภาพของประเทศสมาชิกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถและความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในภูมิภาคอาเซียน





ศ. ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการ สอวช. ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Advancing Thailand’s Semiconductor Ecosystem: From Policy to Action” เพื่อถ่ายทอดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของประเทศไทย พร้อมนำเสนอแผนงาน Siam Silica เพื่อกำหนด Roadmap และระบบนิเวศด้านการพัฒนากำลังคนและเทคโนโลยีที่ชัดเจน สอดคล้องและสนับสนุนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของประเทศที่จัดทำขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยแผนงานมุ่งเน้นใน 2 มิติ 5 ด้านเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1. มิติด้านเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์เป้าหมาย มุ่งเน้นด้าน Photonics และ Power Devices ที่พิจารณาการพัฒนาตลอด Value Chain และ 2. มิติด้านห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) มุ่งพัฒนาในภาพรวมของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ฯ ครอบคลุม การออกแบบ การประกอบและทดสอบชิป โดยเฉพาะเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Packaging) และในส่วนแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB/PCBA) รวมถึงการพัฒนากำลังคนด้านควอนตัม เพื่อรองรับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในระยะถัดไป ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนแผนงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน สอวช. จึงได้ประมาณการความต้องการกำลังคน ซึ่งคาดว่าจะต้องพัฒนากำลังคนเพิ่มเติมรวมประมาณ 77,185 คน ประกอบด้วย ช่างเทคนิค (Technicians) 45,998 คน วิศวกรและบุคลากรทักษะสูง (High-skilled Workforce/Engineers) 21,181 คน นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ (Researchers/Specialists) 9,854 คน และอาจารย์หรือวิศวกรอาวุโส (Mentors/Principal Engineers) 152 คน และได้ออกแบบกลไกการพัฒนากำลังคนในแต่ละระดับและเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงกลไกการบริหารจัดการและบูรณาการการดำเนินงานเป็นรูปธรรม

ด้าน ดร.ปราณปรียา ศรีวรรณวิทย์ ลุนด์แบร์ย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการในการอภิปรายหัวข้อ “National Semiconductor Ecosystem: From National Capabilities to Global and Regional Partnerships” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญจากไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ร่วมแลกเปลี่ยนจุดแข็งและโอกาสความร่วมมือของแต่ละประเทศ การอภิปรายสะท้อนว่าไม่มีประเทศใดสามารถพัฒนาห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ได้ครบทุกขั้นตอนเพียงลำพัง อาเซียนจึงควรจัดทำแผนที่ความสามารถและทักษะของภูมิภาค พัฒนา “Talent Passport” เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายบุคลากร และเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ศูนย์วิจัย ห้องปฏิบัติการ และภาคอุตสาหกรรมข้ามประเทศ พร้อมเปิดใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เช่น ห้องปฏิบัติการคลีนรูม เครื่องมือออกแบบวงจรรวม และบริการผลิตเวเฟอร์ต้นแบบ เพื่อลดต้นทุนและหลีกเลี่ยงการลงทุนซ้ำซ้อน ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ผลิตในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การปรับโรงงานสู่ระบบอัจฉริยะ ตลอดจนความพร้อมด้านกำลังคน ไฟฟ้า น้ำ และการจัดการสิ่งแวดล้อม

ในวันที่ 25 กันยายน 2569 ศ. ดร.สุรินทร์ ได้เป็นผู้แทนของไทย นำเสนอข้อริเริ่มอาเซียนด้านเซมิคอนดักเตอร์ “ASEAN Chips Initiative” และยังร่วมอภิปรายในหัวข้อ “ASEAN Sharing View and Way Forward” ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากบรูไน อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย และไทย โดยในการอภิปรายผู้เข้าร่วมได้เสนอโครงการ Flagship ที่อาเซียนสามารถดำเนินการร่วมกันภายใน 1-2 ปี อาทิ หลักสูตรร่วม (Joint Curriculum) การพัฒนาผู้สอน (Train the Trainer) การแลกเปลี่ยนบุคลากร (Talent Mobility) และการใช้โครงสร้างพื้นฐาน/เครื่องมือวิจัยร่วมกัน (Shared Infrastructure) รวมถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาฐานข้อมูล (Database) การติดตาม วิเคราะห์ และคาดการณ์สถานการณ์กำลังคนเซมิคอนดักเตอร์อาเซียน (Talent Observatory) และการกำหนดกรอบคุณวุฒิด้านเซมิคอนดักเตอร์ร่วมของอาเซียน (ASEAN Semiconductor Qualifications Framework) เพื่อกำหนดแผนและเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน และกลไกส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานร่วม อาทิ Talent Passport และการสร้างอุปสงค์สำหรับการวิจัยและพัฒนาร่วม ผ่านการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี Made in ASEAN การร่วมเป็นเจ้าภาพและสนับสนุนกระบวนการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายของ สอวช. ครั้งนี้ จึงช่วยเชื่อมทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมและการพัฒนากำลังคนและการวิจัยของไทยกับศักยภาพของประเทศสมาชิก และรวบรวมข้อเสนอสำหรับพัฒนาที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พ.ศ. 2569–2578 (APASTI 2026–2035) รวมถึงสนับสนุนกรอบความร่วมมือ ASEAN Framework for Integrated Semiconductor Supply Chain (AFISS) และแผนที่นำทางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน (ASEAN Semiconductor Roadmap 2026-2030) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านกำลังคน การวิจัย โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรม ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยต่อยอดจากสิ่งที่แต่ละประเทศดำเนินการ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนร่วมกันของภูมิภาคอาเซียน
