(29 พฤษภาคม 2569) ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “จากวิสัยทัศน์สู่นโยบาย: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีคาดการณ์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนผ่านคู่ขนาน (Foresight to Policy and the Twin Transition Strategy)” ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง FuEx 2: Future Readiness for Executive Networks รุ่นที่ 2 จัดโดย สถาบัน ADTE by ETDA ศูนย์บริการวิชาการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ณ ห้องเดอะสวีท โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพ โดยหลักสูตรนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างผู้บริหารระดับสูงให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรในยุคดิจิทัล สามารถกำหนดกลยุทธ์เชิงรุกด้านดิจิทัลและบริหารความเสี่ยงเชิงเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดร.สุรชัย กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ในฐานะหน่วยงานที่ทำนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ภายใต้ กระทรวง อว. อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2541 เป็นหน่วยงานเชี่ยวชาญแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากทั้ง APEC และรัฐบาลไทย ซึ่งมีการใช้เครื่องมือการคาดการณ์อนาคตเพื่อการกำหนดนโยบาย

ดร.สุรชัย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการคาดการณ์อนาคต หรือ Foresight ว่าเป็นกระบวนการวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง Foresight ไม่ใช่การทำนายอนาคต แต่เป็นการคิดล่วงหน้าอย่างมีระบบ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับความไม่แน่นอน โดยกรอบแนวคิดในการเลือกเครื่องมือสำหรับการทำ Foresight มีทั้งในมิติ Evidence-based ที่เน้นใช้ข้อมูลจริงหรือสถิติ ทำให้มีความแม่นยำและวัดผลได้ มิติ Creativity-based ใช้ความคิดสร้างสรรค์ กระตุ้นให้เกิดจินตนาการ มิติ Expertise-based พึ่งพาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ได้ข้อมูลที่เจาะลึก เป็นความรู้เฉพาะด้าน และ Interaction-based การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีจุดเด่นที่เปิดกว้างและสร้างให้เกิดฉันทามติ
กรอบแนวคิดการจัดทำกระบวนการคาดการณ์อนาคต เริ่มตั้งแต่การกวาดสัญญาณ เพื่อดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในมิติต่าง ๆ ตามด้วยการสร้างฉากทัศน์ พิจารณาจากแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ นำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ จากการวิเคราะห์ฉากทัศน์ โดยขั้นตอนในการกวาดสัญญาณเริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์ของงานและขอบเขตที่ต้องการกวาดสัญญาณ จากนั้นคัดเลือกทีมที่มีส่วนร่วมในการกวาดสัญญาณ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญตามขอบเขตที่กำหนด กำหนดแหล่งข้อมูลและดำเนินการกวาดสัญญาณ ก่อนจะวิเคราะห์สัญญาณที่กวาดมาเพื่อทำความเข้าใจเชิงลึกและสรุปนัยสำคัญ

ตัวอย่างการสร้างฉากทัศน์และการกำหนดยุทธศาสตร์ อาทิ ฉากทัศน์แบบ 2×2 Scenario Method คัดเลือกแรงขับเคลื่อนสำคัญ คัดเลือกความไม่แน่นอนสำคัญ (Critical Uncertainties) ซึ่งได้มาจากการคัดเลือกแรงขับเคลื่อนที่มีผลกระทบสูงและมีความไม่แน่นอนในการเกิดขึ้นสูง ฉากทัศน์ Future Triangle การคาดการณ์อนาคตที่ใช้ในการระบุอนาคตที่เป็นไปได้ซึ่งเกิดขึ้นจากแรงดึงดูดและแรงผลักระหว่างสามมุม ฉากทัศน์ Mont Fleur Scenarios คัดเลือกแรงขับเคลื่อสำคัญ 3 ตัว เพื่อสร้างฉากทัศน์ โดยไล่ไปทีละตัว ฉากทัศน์ Spiderweb Scenarios คัดเลือกแรงขับเคลื่อนสำคัญได้เท่าที่ต้องการ โดยยิ่งมาก ยิ่งมีความซับซ้อนสูง

ดร.สุรชัย ยังได้ยกตัวอย่างการใช้เครื่องมือคาดการณ์อนาคตเพื่อทำยุทธศาสตร์ เช่น การจัดทำภาพอนาคตและแผนพัฒนาหน่วยงานในมหาวิทยาลัย เพื่อแสดงให้เห็นภาพแนวโน้มที่ส่งผลต่ออนาคต นำไปสู่การจัดทำภาพอนาคต รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาในระยะ 10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างแนวทางการจัดทำภาพอนาคตและข้อเสนอความร่วมมือเพื่อเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net-Zero Emission ใน APEC ซึ่งจะนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นข้อเสนอในการสร้างความร่วมมือในกลุ่มประเทศเอเปคต่อไป โดยได้นำเครื่องมือ Foresight มาใช้ในการวิเคราะห์อย่างหลากหลาย อาทิ Delphi Survey, Future Triangle ฯลฯ

ดร.สุรชัย ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเรื่อง Foresight จึงได้มีการตั้งภาคีเครือข่ายการคาดการณ์อนาคตแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Foresight Alliance (TFA) ขึ้น เพื่อสร้างระบบนิเวศการคาดการณ์อนาคต (Foresight Ecosystem) ในการวางแผนยุทธศาสตร์ที่แม่นยำ โดยหน่วยงานทั้งหมดที่เข้าร่วมภาคีเครือข่าย จะมาร่วมกันทำ Foresight สำหรับประเทศไทยในโจทย์ต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งในมิติด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และมิติด้านสังคมด้วย
