×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » ครม. อนุมัติงบด้านการอุดมศึกษา และ ววน. ปี 66 กว่า 1.43 แสนล้านบาท เดินหน้าตอบโจทย์สำคัญและเร่งด่วนของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนไทยด้วยบีซีจี โมเดล

ครม. อนุมัติงบด้านการอุดมศึกษา และ ววน. ปี 66 กว่า 1.43 แสนล้านบาท เดินหน้าตอบโจทย์สำคัญและเร่งด่วนของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนไทยด้วยบีซีจี โมเดล

วันที่เผยแพร่ 4 มกราคม 2022 594 Views

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชติ (สอวช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2565 ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในความรับผิดชอบของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และระบบการจัดสรรและบริหารงบประมาณแบบบูรณาการที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ ตามที่สภานโยบายฯ เสนอ โดยได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณด้านการอุดมศึกษา จำนวน 114,634.7682 ล้านบาท ซึ่งใช้หลักการตอบสนองด้านอุปสงค์ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับแผนที่เกี่ยวข้อง ในการกำหนดแนวทางการบริหารงบประมาณ และกรอบวงเงินงบประมาณด้าน ววน. ประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวน 29,100 ล้านบาท ซึ่งมีแนวทางการจัดสรรและบริหารงบประมาณเป็นแบบเงินก้อน (Block grant) และต่อเนื่องหลายปี (Multi-year budgeting) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ครม. จำนวนรวมทั้งสิ้น 143,734.7682 ล้านบาท

กรอบงบประมาณดังกล่าวนี้ มุ่งเน้นไปที่การตอบโจทย์สำคัญและเร่งด่วนของประเทศ เช่น การขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี ควบคู่ไปกับการวางรากฐานให้กับประเทศในระยะยาว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง ผ่านการบูรณาการการทำงานทั้งข้ามศาสตร์ ข้ามกระทรวง รวมถึงการดึงภาคเอกชนและภาคีภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมยกระดับการพัฒนาในลักษณะ Co-Production และ Co-Creation เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งการทำงานในครั้งนี้มุ่งหวังให้เป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของประเทศ ที่จะนำพาประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

สำหรับกรอบงบประมาณด้านการอุดมศึกษาในปี 2566 ที่ ครม. ได้อนุมัติกรอบงบประมาณ ได้แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 หมวดใหญ่ คือ งบดำเนินงาน งบบุคลากร และอีกส่วนงบสำคัญคือ งบพัฒนาความเป็นเลิศฯ ที่สอดคล้องตามมาตรา 45(3) แห่งพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. 2562 และกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2564 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญให้เกิดการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาและการผลิตกำลังคนระดับสูงเฉพาะทางตามความต้องการของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในส่วนงบพัฒนาความเป็นเลิศฯ ได้วางงบประมาณอยู่ที่ 7,469.60 ล้านบาท

ตัวอย่างแผนงานสำคัญด้านการอุดมศึกษา อาทิ 1) การผลิตบัณฑิตและพัฒนากำลังคนที่รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life-long Learning) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานและตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายการผลิตบัณฑิตในระบบอุดมศึกษา (Degree Program) สำหรับปีการศึกษา 2565 จำนวน 1,367,864 คน ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นการพัฒนากำลังคนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจบีซีจี และอุตสาหกรรมเป้าหมาย จำนวน 410,360 คน และมีเป้าหมายในการผลิตกำลังแรงงานในหลักสูตรระยะสั้น (Non-degree Program) เพื่อพัฒนาความรู้ในทักษะเดิม (Re-skill) การยกระดับทักษะเดิม (Up-skill) และการเพิ่มพูนทักษะใหม่ (New Skill) จำนวนไม่น้อยกว่า 130,000 คน  2) โครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย (Reinventing University) เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงที่มีทักษะรองรับอุตสาหกรรมและบริการใหม่แห่งอนาคตที่อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาตามอัตลักษณ์และความเชี่ยวชาญ

ส่วนกรอบงบประมาณด้าน ววน. ในปี 2566 มีแนวทางในการมุ่งขับเคลื่อนทั้งแผนงานต่อเนื่อง เช่น บีซีจี แผนงานจีโนมิกส์ประเทศไทย แผนงานการแก้ปัญหาความยากจน โจทย์ท้าทายสังคมด้านสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาวิกฤติ รวมถึงการส่งเสริมการนำผลงาน ววน. ไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนแผนงานใหม่ อาทิ โครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แผนงานใหม่ตามแผนด้าน ววน. พ.ศ. 2566-2570 เช่น การวิจัยวัคซีน การพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศเพื่อต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอวกาศในอนาคตเทคโนโลยีเพื่อการปรับตัวของอุตสาหกรรมสู่อนาคต เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องตอบเป้าหมายของ 13 หมุดหมาย ใน (ร่าง) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ทั้งหมุดหมายด้านไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง, ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง, ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต, ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค, ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก, ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน, ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ และไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถแข่งขันได้

อย่างไรก็ตาม  งบประมาณที่เสนอ ครม. ครั้งนี้ ได้ผ่านการเห็นชอบจากการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2564 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา โดยประธานที่ประชุมสภานโยบายฯ ได้เน้นย้ำในการให้ความสำคัญกับการใช้งบประมาณทั้งด้านการอุดมศึกษา และด้าน ววน. อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ มีระบบการบริหารงบประมาณที่ยืดหยุ่นและคล่องตัว โดยเฉพาะงานวิจัยและพัฒนาที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจริงจังจนเกิดผลที่เป็นรูปธรรม ตลอดจนมีการติดตามผล Follow up และ Follow through ในการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงกับประชาชน