messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช.-ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค ร่วมเวทีเอเปค แบ่งปันมุมมอง Foresight สู่อนาคต Smart Mobility ยกระดับระบบขนส่งยั่งยืน

สอวช.-ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค ร่วมเวทีเอเปค แบ่งปันมุมมอง Foresight สู่อนาคต Smart Mobility ยกระดับระบบขนส่งยั่งยืน

วันที่เผยแพร่ 29 สิงหาคม 2026 12 Views

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) ร่วมเวทีเอเปค ในฐานะตัวแทนจากเขตเศรษฐกิจไทย โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองต่ออนาคตของระบบการเดินทางและขนส่ง (Smart Mobility) ในงาน Future of Smart Mobility Workshop: Driving Resource-Efficient Transportation with Cutting-Edge Technologies ระหว่างวันที่ 27–28 สิงหาคม 2569 ณ กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู โดยมีผู้แทนจาก 12 เขตเศรษฐกิจเอเปค ได้แก่ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย จีนไทเป เม็กซิโก ชิลี เปรู และเวียดนาม เข้าร่วม ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนดังกล่าวมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการคาดการณ์ทางเทคโนโลยี (Technology Foresight), การวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Analysis) และเทคโนโลยีเกิดใหม่ด้านการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคและการเชื่อมโยงข้ามพรมแดนเพื่อพัฒนาระบบการเดินทางที่เชื่อมโยงและยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้แทนภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI), พลังงาน (Energy), ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และ Smart Mobility ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายและโอกาสของการพัฒนาระบบการเดินทางในอนาคต โดยมี 4 กลุ่มกลไกความร่วมมือจากเอเปค ได้แก่ Automotive Dialogue (AD), Transportation Working Group (TPTWG), Energy Working Group (EWG) และ Policy Partnership on Science, Technology and Innovation (PPSTI) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นโยบาย พลังงาน และการขนส่ง เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Smart Mobility ในระดับภูมิภาคเอเปค

ดร.นัทธมน สุวรรณพรหม นักพัฒนานโยบาย ฝ่ายคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์และอนาคตศึกษา สอวช. ได้เริ่มการแลกเปลี่ยนด้วยการเปิดให้มีการมีส่วนร่วมและสำรวจมุมมองตั้งต้นของผู้แทนแต่ละเขตเศรษฐกิจต่อการคาดการณ์อนาคตเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Foresight), อนาคตของ Mobility และการเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งประการที่จะมีอิทธิพลสูงสุดต่อ Mobility ในเขตเศรษฐกิจของตนภายในปี 2040 ซึ่งสะท้อนมุมมองที่หลากหลายทั้งด้านนโยบายและลำดับความสำคัญของภาครัฐ เทคโนโลยีและยานยนต์ไฟฟ้า การขับเคลื่อนอัตโนมัติและ AI พลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและประชากร ตลอดจนการพัฒนาระบบ Mobility ที่เชื่อมโยงและบูรณาการมากขึ้น

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้สำรวจภาพอนาคตของ Mobility ในปี 2040 ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในแต่ละเขตเศรษฐกิจ ผ่าน 4 ภาพอนาคต ได้แก่ Fragmented Mobility, Technology Without Trust, Human-Centred Transition และ Trusted Autonomous Ecosystem ซึ่งช่วยเปิดมุมมองให้ผู้เข้าร่วมเห็นว่าอนาคตของ Mobility สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ และเป็นจุดตั้งต้นสำคัญในการนำแนวคิดการคาดการณ์อนาคต (Foresight) มาใช้เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ของอนาคตอย่างเป็นระบบ

จากนั้น นางจิราพรรณ คริสเตียน ลินาเรส นักพัฒนานโยบาย ฝ่ายคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์และอนาคตศึกษา สอวช. ได้นำเสนอหัวข้อ “Foresight and Smart Mobility” เพื่อเชื่อมโยงแนวคิด Strategic Foresight เข้ากับการมองอนาคตของระบบการเดินทางและขนส่ง โดยเน้นความแตกต่างระหว่าง Forecasting กับ Foresight เพื่อให้เห็นถึงแนวทางการมองอนาคตที่แตกต่างกัน โดย Foresight มุ่งสำรวจอนาคตที่สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ รวมถึงความไม่แน่นอน โอกาส และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น แทนการมองอนาคตเป็นเพียงผลลัพธ์เดียวที่สามารถคาดการณ์ได้ รวมถึงได้นำเสนอการทำงานของ Foresight ผ่านกรอบ “SEE to THINK to ACT” ตั้งแต่การมองเห็นสัญญาณและการเปลี่ยนแปลงผ่านการทำ Horizon Scanning การวิเคราะห์ Trends และ Drivers การสำรวจอนาคตผ่าน Scenario Planning ไปจนถึงการนำผลการวิเคราะห์ไปสู่การกำหนดทิศทางและการดำเนินการในปัจจุบัน พร้อมอธิบายความแตกต่างระหว่าง Signal, Trend และ Driver เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันกับแรงผลักดันที่อาจกำหนดทิศทางของอนาคตได้อย่างเป็นระบบ

สำหรับบริบทของ Smart Mobility ได้มีการเน้นให้เห็นว่าอนาคตของการเดินทางไม่ควรพิจารณาจากเทคโนโลยีหรือยานพาหนะเพียงด้านเดียว แต่ต้องมองเป็นระบบนิเวศของ Mobility ที่เชื่อมโยงผู้ใช้งาน ยานพาหนะ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ข้อมูล ระบบดิจิทัล รูปแบบธุรกิจ และนโยบายเข้าด้วยกัน โดยใช้กรอบ STEEP Analysis เพื่อพิจารณาปัจจัยด้านสังคม (Social), เทคโนโลยี (Technological), เศรษฐกิจ (Economic), สิ่งแวดล้อม (Environmental) และการเมือง (Political) ตลอดจนเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีสำคัญ เช่น AI, IoT, Big Data, Connected and Autonomous Vehicles, EV และ Mobility-as-a-Service (MaaS) รวมถึงประเด็นด้านพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ธรรมาภิบาทข้อมูล และความปลอดภัยทางไซเบอร์

ภายหลังการนำเสนอ ผู้แทนจากแต่ละเขตเศรษฐกิจได้เข้าร่วมกระบวนการ Collaborative Assessment เพื่อร่วมกันวิเคราะห์และทบทวนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Smart Mobility โดยพิจารณาความแตกต่างของเหตุผลและมุมมอง และร่วมกันหาข้อสรุปในแต่ละประเด็น ครอบคลุม General Statement about Smart Mobility, Cybersecurity and Data Governance, Energy Transition and Environmental Sustainability และ Smart Traffic and Vehicle Intelligence ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการเรียนรู้ด้าน Foresight ไปสู่การแลกเปลี่ยนและทำงานร่วมกันระหว่างเขตเศรษฐกิจ

การแลกเปลี่ยนยังครอบคลุมเทคโนโลยีและประเด็นสำคัญของ Smart Mobility ทั้ง AI, V2X, ITS, EV, Energy Transition, Data Governance, Cybersecurity และ Digital Standards รวมถึงมาตรการและความต้องการด้านความร่วมมือทางเทคนิคของแต่ละเขตเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมเชิงพื้นที่ (Territorial Equity), การเข้าถึง (Accessibility), การมีส่วนร่วมของสาธารณะ (Public Engagement), ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) และอุปสรรคระหว่างกลุ่มสถาบัน (Institutional Barriers) เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Smart Mobility และความร่วมมือในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ โครงการ Future of Smart Mobility มีเป้าหมายในการเสริมสร้างขีดความสามารถของเขตเศรษฐกิจเอเปคในการประยุกต์ใช้ Technology Foresight, Trend Analysis และเทคโนโลยีเกิดใหม่ด้าน Smart Mobility รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคและการเชื่อมโยงข้ามพรมแดน โดยมุ่งนำองค์ความรู้ การวิเคราะห์แนวโน้ม กรณีศึกษาและผลจากกระบวนการ Foresight  ไปสู่การพัฒนาภาพอนาคต (Future Scenarios) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Recommendations) และแผนที่นำทางเทคโนโลยี (Technology Roadmaps) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมในเขตเศรษฐกิจเอเปคต่อไป

เรื่องล่าสุด