
รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “นโยบาย อววน. ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดด้วยพลาสมาอุณหภูมิสูง” ภายในงานการประชุมสัญจรครั้งที่ 1/2569 และการประชุมเชิงยุทธศาสตร์ ภายใต้โครงการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลาสมาอย่างยั่งยืน (Hub of Talents) ปีที่ 3 จัดโดย สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ณ ห้อง Orchid 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ
รศ.วงกต กล่าวถึงสถานการณ์โลกที่กำลังเข้าสู่ยุคที่พลังงานและเทคโนโลยีมาบรรจบกัน การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบดิจิทัล และ Data Center ทำให้เกิดความต้องการไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและต่อเนื่องสูงขึ้น ความมั่นคงทางพลังงานในศตวรรษที่ 21 หากประเทศไทยไม่เตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Tech) อาจตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกผูกขาดเทคโนโลยีโดยกลุ่มผู้ผลิตต่างประเทศในอนาคต
สำหรับการเตรียมพร้อมด้านระบบพลังงานของประเทศไทย ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) ได้กำหนดทิศทางในช่วง 12 ปีแรก (พ.ศ. 2569-2580) โดยมีกำลังผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์ ซึ่งนอกจากพลังงานหมุนเวียนอย่างพลังงานแสดงอาทิตย์และพลังงานลมแล้ว ยังมีการบรรจุเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) แบบฟิชชัน ขนาด 300 เมกะวัตต์ ไว้เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางเลือกอีกด้วย ในขณะที่พลังงานจากเทคโนโลยีฟิวชัน (Fusion Energy) แม้จะยังไม่ถูกบรรจุในแผนพลังงานโดยตรง แต่ถือเป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาวที่จะมอบพลังงานสะอาด คาร์บอนต่ำ และมีศักยภาพไร้ขีดจำกัดในอนาคต โดยเทคโนโลยีพลาสมาอุณหภูมิสูง (High-Temperature Plasma) ถือเป็นรากฐานสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมที่จะนำประเทศไปสู่การพัฒนาพลังงานฟิวชันได้


ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเชื่อมโยงกลุ่มนักวิจัยที่มีอยู่ให้เกิด Critical Mass เพื่อเปลี่ยนจากศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญพัฒนาให้กลายเป็น “ขีดความสามารถระดับชาติ” (National Capability) ทั้งนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีพลาสมาและฟิวชันยังก่อให้เกิดการต่อยอดทางเทคโนโลยี (Technology Spillover) ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้อย่างหลากหลาย ได้แก่ การใช้พลาสมากัดหรือเคลือบผิว การผลิตชิปขั้นสูงในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ การพัฒนาเครื่องมือแพทย์ขั้นสูง และการใช้พลาสมาสำหรับฆ่าเชื้อในอุตสาหกรรมการแพทย์ การพัฒนาระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศและดาวเทียม การบำบัดมลพิษและการยืดอายุผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น
เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าว สทน. และ สอวช. จึงได้จัดทำ (ร่าง) แผนที่นำทางการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชัน 25 ปี (Thailand Fusion-2050) โดยมีเป้าหมายยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีฟิวชันแห่งอาเซียน (ASEAN Fusion Technology Hub) ภายในแผนดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายสำคัญในระยะยาว คือการสร้างกำลังคนเฉพาะทางด้านเทคนิคจำนวน 50 คน และบุคลากรสนับสนุนทางเทคนิค 500 คน ภายในปี 2580 การจัดตั้งเครื่องทดลองไทยแลนด์โทคาแมค-2 (TT-2) จำนวน 1 เครื่อง การผลักดันผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานให้ได้ 100 ราย พร้อมสร้างทรัพย์สินทางปัญญา 50 รายการ และคาดการณ์ว่าการพัฒนาด้านเทคโนโลยีฟิวชันจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปี
ในมิติพลังงาน เทคโนโลยีพลาสมาอุณหภูมิสูงถือเป็นส่วนสำคัญไปไปสู่เทคโนโลยีนิวเคลียร์แบบฟิวชัน ถือเป็นเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าที่สำคัญและปลอดภัย ทำให้เกิดการวิจัยและพัฒนาในหลายประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะส่งผลกระทบสูงต่อภาพรวมในภาคอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องในอนาคต
