messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. จับมือ ทปอ. หารือผู้บริหาร IMD ชู “กำลังคน–AI–มหาวิทยาลัย” กุญแจยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันไทย

สอวช. จับมือ ทปอ. หารือผู้บริหาร IMD ชู “กำลังคน–AI–มหาวิทยาลัย” กุญแจยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันไทย

วันที่เผยแพร่ 4 กันยายน 2026 1 Views

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ศ. ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พร้อมด้วย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมนำคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยไทยเข้าหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของ IMD ได้แก่ Prof. Arturo Bris, Professor of Finance and Director of the IMD World Competitiveness Center, Sarah E. Toms, Chief Innovation Officer และ Prof. David Bach, President of IMD and Nestlé Professor of Strategy and Political Economy ณ สถาบัน International Institute for Management Development (IMD) เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิส เพื่อสะท้อนโจทย์สำคัญตั้งแต่ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษาและตลาดแรงงานในยุค AI ไปจนถึงแนวทางการปรับตัวของมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม

Prof. Arturo Bris ได้นำเสนอความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยจาก IMD World Competitiveness Ranking 2026 โดยไทยอยู่ที่อันดับ 26 จาก 70 เขตเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม “การศึกษา” ยังคงเป็นหนึ่งในจุดอ่อน โดยอยู่ในอันดับที่ 52 ขณะที่ Scientific Infrastructure อยู่ในอันดับที่ 37 ทั้งนี้ ไทยมีจุดแข็งสำคัญหลายด้าน โดยเฉพาะสัดส่วนบัณฑิตด้านวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในอันดับที่ 7 แต่ยังมีช่องว่างด้านทักษะภาษา ความสอดคล้องของการศึกษาระดับอุดมศึกษากับความต้องการของภาคเศรษฐกิจ และการพัฒนากำลังคนตลอดเส้นทางจากระบบการศึกษาสู่ตลาดแรงงาน

ด้านการพัฒนามหาวิทยาลัยและกำลังคนสำหรับยุค AI ทาง Sarah E. Toms ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การนำ AI มาใช้ภายใน IMD ซึ่งครอบคลุมทั้งด้าน Teaching, Working และ Researching ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับ AI Governance ความโปร่งใส และความถูกต้องของข้อมูล โดยมองว่า AI กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านการเรียนรู้และการทำงานไปพร้อมกัน จึงจำเป็นต้องออกแบบการพัฒนาทักษะและรูปแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป

ขณะเดียวกัน การใช้ AI ไม่ควรมุ่งเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ต้องรักษาทักษะที่สำคัญของมนุษย์ โดยเฉพาะการปฏิสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์ รวมถึงการคำนึงถึงผลกระทบที่ AI อาจมีต่องานระดับเริ่มต้น (Entry-level Jobs) ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการสะสมทักษะและประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่

สำหรับการปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษา Prof. David Bach ได้แบ่งปันแนวทางการบริหาร ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้าง Impact ต่อผู้นำและองค์กร ควบคู่กับโครงสร้างองค์กรที่มีความคล่องตัว การทำงานข้ามสาขา และการเชื่อมโยงการเรียนรู้กับโจทย์ของภาคธุรกิจ โดย IMD วางตำแหน่งของสถาบันให้อยู่ระหว่างโลกวิชาการและโลกการทำงานจริง และให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้นำที่กำลังเผชิญกับการตัดสินใจและการเปลี่ยนแปลงสำคัญในปัจจุบัน

บทเรียนจาก IMD ยังสะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านของมหาวิทยาลัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรับหลักสูตร แต่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างและธรรมาภิบาลขององค์กร การบริหารและสร้างแรงจูงใจให้คณาจารย์ รูปแบบการเรียนรู้ ตลอดจนการกำหนดผลลัพธ์และผลกระทบที่มหาวิทยาลัยต้องการสร้าง โดย IMD เน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เรียน รวมถึงพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน

ภาพรวมการหารือร่วมกับ IMD สะท้อนความเชื่อมโยงกันว่า การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ทั้งการพัฒนา Talent Pipeline การเตรียม Future Skills และความพร้อมด้าน AI ตลอดจนการปรับตัวของมหาวิทยาลัยให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ และเชื่อมโยงการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรมเข้ากับความต้องการของเศรษฐกิจและสังคม

การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง สอวช. มหาวิทยาลัย และ IMD เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้และประสบการณ์ระดับนานาชาติเข้ากับการพัฒนานโยบายและการยกระดับมหาวิทยาลัยไทย อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะต่อไป

เรื่องล่าสุด