กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยทักษิณ จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ Social Innovation Index Workshop & Network : โครงการนำร่องการประเมินดัชนีนวัตกรรมสังคม (มหาวิทยาลัยกลุ่มภาคใต้) เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา จังหวัดสงขลา และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อรับฟังความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ และเตรียมความพร้อมสำหรับการเก็บข้อมูลดัชนีนวัตกรรมสังคมของสถาบันอุดมศึกษาไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า การพัฒนาดัชนีนวัตกรรมสังคมถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครื่องมือที่สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยไทยต่อการพัฒนาสังคม โดยดัชนีดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจัดอันดับหรือสร้างการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัย แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แต่ละสถาบันมองเห็นศักยภาพของตนเอง พัฒนาการดำเนินงาน และสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมร่วมกัน พร้อมทั้งชื่นชมแนวทางการจัดประชุมในระดับภูมิภาค ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่มีส่วนร่วมได้อย่างทั่วถึงและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง


นางสาวสุภัค วิรุฬหการุญ ผู้อำนวยการฝ่ายสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ สอวช. กล่าวว่า การพัฒนาดัชนีนวัตกรรมสังคมมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการประเมินที่สะท้อนบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสร้างผลกระทบทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยออกแบบให้สามารถใช้ข้อมูลที่มหาวิทยาลัยมีอยู่แล้ว ลดภาระการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติม และเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยร่วมออกแบบและปรับปรุงตัวชี้วัดให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ผ่านกระบวนการนำร่องและการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภูมิภาค
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานของโครงการ พร้อมอธิบายว่า ดัชนีนวัตกรรมสังคมแบ่งออกเป็น 5 มิติหลัก ได้แก่ 1. นโยบาย การบริหารจัดการ และกรอบกฎหมาย กฎ ระเบียบ ในสถาบันอุดมศึกษา 2. การสนับสนุนทางการเงินและทรัพยากรอื่น ๆ ที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรมสังคม 3. บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสอน วิจัย และการมีส่วนร่วมกับชุมชน 4. เจตคติและความพร้อมของบุคลากรและนักศึกษา และ 5. โครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนภายในสถาบันอุดมศึกษา โดยมิติด้านบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างผลกระทบต่อสังคมได้รับการให้น้ำหนักสูงที่สุด เพื่อสะท้อนพันธกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนาพื้นที่และชุมชน


ในการประชุมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้รับฟังรายละเอียดเกณฑ์การประเมิน วิธีการให้คะแนน และแนวทางการจัดเก็บข้อมูลจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรัทยา ชินกรรม รองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้อธิบายแนวคิดการประเมินในแต่ละมิติ เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันก่อนเข้าสู่การเก็บข้อมูลนำร่องในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ถาวร จันทโชติ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์และประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้นำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านการจัดเก็บข้อมูลของมหาวิทยาลัย โดยเน้นการจัดทำระบบบริหารข้อมูลและหลักฐานประกอบการประเมินให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมเสนอแนวทางการเขียนรายงานที่เชื่อมโยงตั้งแต่นโยบาย กลไกการดำเนินงาน ผลลัพธ์ และผลกระทบ ตลอดจนการจัดเก็บหลักฐานที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อให้การประเมินดัชนีนวัตกรรมสังคมสะท้อนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นระบบ มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาองค์กรและกำหนดนโยบายในระยะต่อไปได้
ผู้เข้าร่วมจากมหาวิทยาลัยในภาคใต้ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของตัวชี้วัด ความเป็นไปได้ในการจัดเก็บข้อมูล และข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบประเมิน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านนวัตกรรมสังคมระหว่างมหาวิทยาลัยในภูมิภาค เพื่อให้ดัชนีสามารถสะท้อนผลลัพธ์เชิงสังคมและนำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายได้อย่างแท้จริง
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป สอวช. จะนำข้อเสนอแนะจากการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มาปรับปรุงตัวชี้วัด คู่มือการประเมิน และระบบการจัดเก็บข้อมูล เพื่อนำไปสู่การพัฒนาดัชนีนวัตกรรมสังคมที่เหมาะสมกับบริบทของสถาบันอุดมศึกษาไทย และใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการขับเคลื่อนนวัตกรรมสังคมของประเทศในระยะยาว


