สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมการประชุมประจำปีของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) สมัยที่ 82 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ ซึ่งมีหัวข้อหลักของการประชุมว่า “Leaving no one behind: advancing a society for all ages in Asia and the Pacific” โดย ดร.ปราณปรียา ศรีวรรณวิทย์ ลุนด์แบร์ย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ สอวช. ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในนาม อว. เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569


ดร.ปราณปรียา กล่าวว่า ภูมิภาคของเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งถือเป็นความท้าทายต่อทั้งระบบการศึกษา การวิจัย และระบบการบริหารจัดการกำลังคน ประเทศไทยจึงได้ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญใน 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย 1. การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดยมุ่งขยายเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระบบคลังหน่วยกิต และหลักสูตรประกาศนียบัตรระยะสั้น เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัยสามารถ Reskill/Upskill ได้ มีโครงการสำคัญ อาทิ การจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับอาชีพ (Career-Based Education) การจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) และการใช้มาตรการจูงใจทางภาษีเพื่อสร้างแรงงานทักษะสูงที่สามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรมได้
2. การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความเท่าเทียม ประเทศไทยกำลังลงทุนในการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสังคมสูงวัย อาทิ เทคโนโลยีเพื่อการช่วยเหลือและระบบสุขภาพอัจฉริยะ พร้อมทั้งเสริมสร้างโครงการที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยและนักวิจัยเข้ากับชุมชน ตัวอย่างที่สำคัญคือ ความร่วมมือกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ในเรื่องเกษตรแม่นยำที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นโครงการที่สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรโดยเฉพาะผู้หญิงในพื้นที่ชนบทและกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงเครื่องมือเกษตรอัจฉริยะ พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
3. การใช้ AI เพื่อบริการสาธารณะ ประเทศไทยมุ่งส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมโดยใช้แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุตัวตนกลุ่มเปราะบางและส่งมอบความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด โดยได้รับการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง TPMAP (Thai People Map and Analytics Platform) ซึ่งบูรณาการข้อมูลเพื่อให้สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายและจัดสรรความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความร่วมมือกับ ESCAP และศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCTT) โดย กระทรวง อว. ได้ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเดินหน้าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกันในอนาคต

ด้าน นายปรินันท์ วรรณสว่าง ผู้เชี่ยวชาญนโยบายอาวุโส ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ สอวช. ได้เข้าร่วมการเสวนาในกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) เรื่อง Science, Innovation and Technology in Bioeconomy for Sustainable Transformation (SIT in BEST) ซึ่งจัดโดยสถานเอกอัครราชทูตบังกลาเทศ ณ กรุงเทพฯ และสนับสนุนโดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ณ ห้องประชุมใหญ่ 3 ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งผู้แทนจากสถานทูตนานาชาติ องค์การระหว่างประเทศ ภาคีการพัฒนาทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการในภูมิภาค รวมกว่า 50 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออภิปรายระดมความคิดเห็นถึงบทบาทของวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี (SIT) ต่อการขยายขนาดเศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืน ยุทธศาสตร์และความเป็นหุ้นส่วนในการใช้ประโยชน์จาก SIT เพื่อความก้าวหน้าของเศรษฐกิจชีวภาพสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ที่เกี่ยวข้อง เช่น SDG 1, SDG 2, SDG 10, SDG 12, และ SDG 13 เป็นต้น

ทั้งนี้ นายปรินันท์ ได้รับเชิญให้เป็นผู้ร่วมอภิปรายในช่วง SIT in BEST: Reflections by regional entities and partners โดยได้อภิปรายในฐานะผู้แทนหน่วยงานนโยบายภาครัฐของไทยว่า ไทยเน้นย้ำความสำคัญของการขับเคลื่อน SIT ผ่านโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนทรัพยากรชีวภาพให้เป็นสินทรัพย์มูลค่าสูง และการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เช่น เกษตรแม่นยำสำหรับกลุ่มเปราะบาง ขณะเดียวกันไทยยังได้แสดงจุดยืนสนับสนุนร่างข้อมติว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือแบบ Quadruple Helix (รัฐ-วิชาการ-เอกชน-ชุมชน) รวมถึงการสร้างเครือข่ายเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและผลักดันให้เอเชียแปซิฟิกบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน
