messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. ร่วมการประชุม COSTI-89 ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม 2026–2035 พร้อมผลักดันความร่วมมือด้าน ววน. เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซียน

สอวช. ร่วมการประชุม COSTI-89 ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม 2026–2035 พร้อมผลักดันความร่วมมือด้าน ววน. เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซียน

วันที่เผยแพร่ 29 มิถุนายน 2026 17 Views

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ครั้งที่ 89 (The 89th Meeting of the ASEAN Committee on Science, Technology and Innovation: COSTI-89) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2569 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สปป.ลาว เป็นเจ้าภาพ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงานทางความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ของอาเซียน และติดตามพร้อมติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (ASEAN Plan of Action on Science, Technology and Innovation: APASTI) 2026–2035 ซึ่งเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในปี 2569

สำหรับการประชุมคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการอาเซียนด้าน วทน. ครั้งที่ 20 (The 20th Meeting of the Board of Advisers to the Committee on Science, Technology and Innovation: BAC-20) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ดร.ดวงกมล พิหูสูตร ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ สอวช. เข้าร่วมในฐานะผู้แทนประเทศไทย เพื่อร่วมจัดทำข้อเสนอแนะต่อที่ประชุม COSTI-89 โดยที่ประชุมได้หารือประเด็นสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการกองทุน ASEAN Science, Technology and Innovation Fund (ASTIF) การเปิดรับข้อเสนอโครงการ ASTIF Call 2026 ภายใต้หัวข้อ “ASEAN Grand Challenge: AI-Enabled Competitive and Resilient Region” การกำหนดกรอบการดำเนินงาน Annual Milestone Deliverables (AMD) การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของ APASTI 2026–2035 ผ่านระบบ Dashboard และการปรับโครงสร้างการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการภายใต้ COSTI ให้สอดคล้องกับแผน APASTI ฉบับใหม่ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบเสนอให้ COSTI รับรองข้อเสนอ Annual Milestone Deliverable (AMD) ประจำปี 2570 ของประเทศสิงคโปร์ ได้แก่ ASEAN–EU ELEVATE (Enabling Local Expertise for Value-Added Technology TransfEr) Initiative – Enhancing the Capabilities of ASEAN Technology Transfer Offices ซึ่งดำเนินการโดย ASEAN Sub-Committee on STI Ecosystem (SC-STIE) เพื่อยกระดับศักยภาพของหน่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer Offices: TTOs) และส่งเสริมการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างนวัตกรรมในภูมิภาค

สำหรับการประชุม COSTI-89 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ประเทศไทย นำโดย ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สอวช. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สทน.) เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือด้าน วทน. ของอาเซียน ในการนี้ ประเทศไทยในฐานะ Country Coordinator ของความร่วมมือ ASEAN–Republic of Korea (ASEAN–ROK) ได้นำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้ ASEAN–ROK STI Workplan 2025–2027 ซึ่งครอบคลุมการพัฒนากำลังคน การส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยของภูมิภาค

นอกจากนี้ ที่ประชุม COSTI-89 ยังได้รับทราบข้อเสนอแนะจากการประชุม BAC-20 และเห็นชอบในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ การรับรองโครงการ ASEAN–EU ELEVATE เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer Offices: TTOs) ในอาเซียน และมอบหมายให้ BAC ศึกษาและพัฒนาแนวทางการดำเนินงานด้าน STI Partnership Contributions เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และกลไกการรายงานที่ชัดเจน รองรับการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกและภาคีความร่วมมือในการสนับสนุนกิจกรรมด้าน วทน. ของอาเซียน อีกทั้ง ที่ประชุมยังได้รับฟังความก้าวหน้าความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาและองค์กรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ OECD ซึ่งได้นำเสนอฐานข้อมูลนโยบายด้าน วทน. OECD STIP Compass เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และพัฒนานโยบายด้าน วทน. และแสดงความพร้อมในการขยายความร่วมมือเชิงโครงการกับประเทศสมาชิกอาเซียนในอนาคต

วันที่ 24 มิถุนายน 2569 สอวช. ได้เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือด้าน วทน. ระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา (ASEAN STI Cooperation with Dialogue Partners) ประกอบด้วย การประชุมคณะกรรมการความร่วมมืออาเซียน–ญี่ปุ่นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ครั้งที่ 15 (The 15th Meeting of the ASEAN–Japan Cooperation Committee on Science and Technology: AJCCST-15) การประชุมคณะกรรมการร่วมอาเซียน–สาธารณรัฐเกาหลีด้าน วทน. ครั้งที่ 7 (The 7th Meeting of the ASEAN–Republic of Korea Joint Science, Technology and Innovation Committee: AKJSTIC-7) และ การประชุมคณะกรรมการร่วมอาเซียน–จีนด้าน วทน. ครั้งที่ 13 (The 13th Meeting of the ASEAN–China Joint Science, Technology and Innovation Committee: ACJSTIC-13) โดยที่ประชุมได้ติดตามความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจา อาทิ โครงการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียมเพื่อประเมินพื้นที่เพาะปลูกข้าวและความเสียหายจากภัยพิบัติในอาเซียน ภายใต้การสนับสนุนของกองทุน Japan–ASEAN Integration Fund (JAIF) การนำเสนอแนวทางการดำเนินงานของสถาบันวิจัย RIKEN ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมุ่งสร้างเครือข่ายวิจัยเพื่อรับมือกับความท้าทายระดับโลก ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าของความร่วมมือด้าน วทน. ระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลีและสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อส่งเสริมการวิจัยร่วม การพัฒนาบุคลากร และการถ่ายทอดเทคโนโลยีในภูมิภาค

สำหรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้าน วทน. ครั้งที่ 22 (The 22nd ASEAN Ministerial Meeting on Science, Technology and Innovation: AMMSTI-22) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ศ. ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมและกล่าวถ้อยแถลง โดยเสนอให้จัดทำ ASEAN Semiconductor Cooperation Framework เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคน การวิจัยและนวัตกรรม และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยร่วมกัน อันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน ควบคู่กับการขับเคลื่อนแผน APASTI 2026–2035 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

การเข้าร่วมการประชุม COSTI-89 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทและวิสัยทัศน์เชิงรุกของประเทศไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของอาเซียน โดยมุ่งใช้ ววน. เป็นกลไกสำคัญในการรับมือกับความท้าทายระดับภูมิภาค เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการวิจัยร่วม การพัฒนากำลังคน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามแผน APASTI 2026–2035 ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาคมอาเซียนในระยะยาว

เรื่องล่าสุด