messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. เผยตลาดสีเขียวไทยโตต่อเนื่อง ยังมีโอกาสสร้างมูลค่าประเทศในตลาดโลก หนุนปั้นระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร เร่งขับเคลื่อนมาตรฐาน GEI ยกระดับผู้ประกอบการทั้งห่วงโซ่อุปทาน

สอวช. เผยตลาดสีเขียวไทยโตต่อเนื่อง ยังมีโอกาสสร้างมูลค่าประเทศในตลาดโลก หนุนปั้นระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร เร่งขับเคลื่อนมาตรฐาน GEI ยกระดับผู้ประกอบการทั้งห่วงโซ่อุปทาน

วันที่เผยแพร่ 30 เมษายน 2026 18 Views

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ศรวณีย์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเพื่อความยั่งยืน เข้าร่วมงานประชุมวิชาการประจำปี 2569 (NSTDA Annual Conference: NAC2026) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยได้ร่วมบรรยายในการสัมมนา “Circular Economy as a Business Opportunity drives Economic Growth” หัวข้อ “ทิศทางนโยบาย ววน. กับ Circular Economy และกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจ” เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ณ ห้อง CC-Auditorium อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้มุ่งนำเสนอแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในมุมมองของโอกาสทางธุรกิจ ที่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กับความยั่งยืน ครอบคลุมมิติด้านนโยบาย การเงิน การลงทุน และการดำเนินธุรกิจ ทั้งในบริบทของไทยและระดับสากล

ดร.ศรวณีย์ ได้ฉายภาพให้เห็นถึงสถานการณ์ตลาดสีเขียวของโลกและโอกาสของไทย โดยพบว่ามูลค่าตลาดสีเขียวโลกปรับขึ้นจาก 20,518 พันล้านบาท ในปี ค.ศ. 2015 สู่มูลค่า 32,858 พันล้านบาทในปี ค.ศ. 2024 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5.03% ต่อปี ขณะที่ตลาดสีเขียวของไทยมีมูลค่าเติบโตขึ้นเช่นกัน จาก 218 พันล้านบาท ในปี ค.ศ. 2015 สู่มูลค่า 369 พันล้านบาทในปี ค.ศ. 2024 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5.68% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยของโลก จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ว่าตลาดสีเขียวไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นวาระทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากตลาดสีเขียวโลกกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทานสีเขียวนี้และเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน อีกทั้งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องดำเนินการจากแรงกดดันด้านคาร์บอน มาตรฐาน และห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนและหากไม่ดำเนินการตามอาจทำให้กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อไป

สำหรับโอกาสของเศรษฐกิจหมุนเวียนไทยในตลาดวัตถุดิบรอบสอง (Secondary Raw Material, SRM) ที่เป็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์ของเศรษฐกิจหมุนเวียน จากการวิเคราะห์มูลค่าในตลาดของไทยพบว่า มูลค่าส่งออกสะสมช่วง 2015-2024 ของไทยอยู่ที่ 451.69 พันล้านบาท มีอัตราการเติบโต 1.16% ต่อปี ในขณะที่มูลค่านำเข้าโลกสะสมในช่วงเวลาเดียวกันของ SRM อยู่ที่ 34,371.70 พันล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วน SRM การนำเข้าของโลกต่อตลาดสีเขียวโลกอยู่ร้อยละ 13.76 มีอัตราการเติบโต 5.04% ต่อปี เมื่อวิเคราะห์โอกาสของ SRM ในประเทศจะเห็นว่ามีสัดส่วน SRM การส่งออกไทยต่อตลาดสีเขียวโลกอยู่ร้อยละ 16.41 ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) ลำดับต้นๆ ของการส่งออกไทยและการนำเข้าของโลกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันได้แก่ พลาสติกเป็นตลาด SRM หลักของไทยและของโลก วัสดุก่อสร้างและวัสดุจากการรื้อถอนมีอัตราเติบโตของไทยสูงสุด โลหะและผลิตภัณฑ์โลหะ แสดงว่ายังมีช่องว่างในการยกระดับความสามารถของไทยในการแข่งขันในตลาดโลกขึ้นได้อีก

ดร.ศรวณีย์ ยังได้กล่าวถึงระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Ecosystem) ที่ต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ และเป็นข้อมูลที่ระบุในกรอบนโยบายนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน: วิสัยทัศน์ พ.ศ. 2573 โดยระบบนิเวศนี้เริ่มตั้งแต่ระดับนโยบายที่ต้องมีความชัดเจนและเชื่อมโยงในระดับนานาชาติร่วมด้วย เพื่อกำหนดเป็นเป้าหมายระดับประเทศ ในระดับที่ต้องรับลูกดำเนินการคือโครงสร้างและปัจจัยเอื้อ ประกอบด้วย การพัฒนาขีดความสามารถ ระบบการรับรองคุณสมบัติ/มาตรฐาน การวิจัยและพัฒนา กฎระเบียบและแรงจูงใจทางการเงิน/การคลัง เครื่องมือการลงทุน และการส่งเสริมการขายและการส่งออก และผู้เล่นในระบบที่สำคัญคือระดับที่ 3 นี้ผู้ประกอบการ เป็นกลุ่มที่ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งต้องมีแนวทางการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ สร้าง  Feed Stock Loop อาทิ สร้างผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบรอบสอง (Secondary Material) ให้มากขึ้น และด้านประชาชน ที่เป็นส่วนสำคัญของการสร้างตลาด ดังนั้นต้องมีการสร้างความตระหนัก พฤติกรรมการบริโภค และเป็นส่วนในการจัดเก็บวัสดุส่งคืนของระบบ

ตัวอย่างการขับเคลื่อนนโยบายที่ สอวช. กับเครือข่ายอย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ร่วมกันพัฒนามาตรฐานการตรวจสอบรับรองแห่งชาติ (มตช.) ตัวชี้วัดสำหรับผู้ประกอบการเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Enterprise Indicator: GEI) ซึ่งการทำมาตรฐานนี้จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียวในระดับห่วงโซ่อุปทานและเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่เป็นส่วนหนึ่งของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Scope3) ในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการดำเนินการเรื่องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ นอกจากนี้ สอวช. ยังได้ร่วมกับบริษัท Tact นำ GEI มาใช้งานบน AI Platform เพื่อสร้างระบบประเมินด้วย AI สำหรับให้รางวัลผู้ประกอบการ BCG โดย สอท. เป็นผู้ริเริ่ม ร่วมด้วย

เรื่องล่าสุด