messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » “ยศชนัน” ผนึกกำลัง 15 มหาวิทยาลัย เปิดตัว UHC Consortium ยกระดับกลไก Holding Company เชื่อมงานวิจัยจากห้องแล็บสู่ตลาดทุน

“ยศชนัน” ผนึกกำลัง 15 มหาวิทยาลัย เปิดตัว UHC Consortium ยกระดับกลไก Holding Company เชื่อมงานวิจัยจากห้องแล็บสู่ตลาดทุน

วันที่เผยแพร่ 16 กันยายน 2026 21 Views

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร เปิดตัวความร่วมมือในการจัดตั้ง University Holding Company Consortium หรือ UHC Consortium เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธี

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังของสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง และบริษัทโฮลดิ้งของแต่ละสถาบัน พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อรวมพลังทั้งด้านเงินทุน ขีดความสามารถ และโอกาสทางธุรกิจ เพื่อผลักดันงานวิจัยฐานเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการเติบโตของธุรกิจ โดยตั้งเป้าสร้างบริษัท Deep Tech Spin-off 100 บริษัท บริษัทที่มีความพร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ 5 บริษัท และบริษัทยูนิคอร์น 1 บริษัท ภายในปี พ.ศ. 2575

ในโอกาสนี้ ศ. ดร.ยศชนัน ได้ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand New Economy: From Knowledge to National Growth” โดยเน้นย้ำว่า องค์ความรู้และงานวิจัยส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในมหาวิทยาลัย โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การนำองค์ความรู้เหล่านี้ออกมาสร้างมูลค่า ผ่านการพัฒนาและคัดกรองทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนต่อยอดไปสู่การอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือการจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบสตาร์ทอัพหรือสปินออฟ

ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวต่อว่า การรวมกลุ่ม University Holding Company (UHC) ในรูปแบบ Consortium จะช่วยเสริมศักยภาพและช่วยให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจที่แต่ละมหาวิทยาลัยอาจทำได้ยากหากดำเนินการเพียงลำพัง ตัวอย่างเช่น การร่วมลงทุนในบริษัทเดียวกันของหลายมหาวิทยาลัยจะเอื้อต่อการทดสอบการใช้งานหรือการวิจัยทางคลินิกแบบหลายศูนย์ รวมถึงช่วยให้เครือข่ายสามารถร่วมกันคัดกรองเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีศักยภาพ ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนภายนอกมากขึ้น และเมื่อบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมลงทุนและเทคโนโลยีได้รับการใช้งานจริงในประเทศ จะช่วยสร้างผลงานอ้างอิงและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศและขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก โดยมีเป้าหมายปลายทางคือการทำให้ธุรกิจจากงานวิจัยไทยสามารถแข่งขันในระดับสากล และเมื่อธุรกิจเหล่านี้เติบโต ผลประโยชน์จะย้อนกลับมาสู่ประเทศและประชาชนในรูปของการเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีต้นทุนลดลง

“สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่การใช้ของไทยเพื่อช่วยไทยอย่างเดียว แต่ต้องใช้ของไทยเพื่อดึงเงินและความเชื่อมั่นจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วย” ศ. ดร.ยศชนัน กล่าว

ด้าน ผศ. ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนความร่วมมือ ได้นำเสนอรายละเอียดการดำเนินงาน โดยระบุว่า กลไก UHC ของไทยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ปัจจุบันมี UHC จำนวน 15 แห่ง ขณะที่มหาวิทยาลัยไทยมีผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่ยังมีข้อจำกัดในการนำออกมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมถึงความพร้อมด้านการบริหารจัดการของบริษัทสปินออฟ การรวมกลุ่มในรูปแบบ Consortium จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้โจทย์ดังกล่าว

การดำเนินงานของ UHC Consortium แบ่งออกเป็น 3 โปรแกรมหลัก ได้แก่ 1. UHC Synergy การรวมพลังด้านเงินทุน (Pool Capital) ผ่านการร่วมลงทุนระหว่าง UHC ในระยะเริ่มต้น ทั้งในรูปแบบการร่วมลงทุนโดยตรงและการลงทุนผ่านบริษัทโฮลดิ้งของ NIA เพื่อช่วยให้สปินออฟระยะแรกเข้าถึงเงินทุนได้เร็วขึ้น ผนวกกับกลไกสนับสนุนอื่น ๆ จาก NIA กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) และสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) 2. UHC Venture Builder การรวมพลังด้านขีดความสามารถ (Pool Capabilities) โดยนำทีมงาน เทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ และแผนการเข้าสู่ตลาดของแต่ละมหาวิทยาลัยมาพัฒนาร่วมกัน พร้อมเชื่อมโยงการสนับสนุนจาก NIA TED Fund และ InnoSpace (Thailand) และ 3. UHC Innovation Catalyst การรวมพลังด้านโอกาสทางธุรกิจ (Pool Opportunities) เพื่อเชื่อมบริษัทสปินออฟเข้ากับตลาด โอกาสในการขยายขนาดธุรกิจ การเข้าสู่ตลาดทุน และเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงนักลงทุนกลุ่ม VC และ CVC

สำหรับ UHC Consortium เกิดจากการผนึกกำลังของสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง พร้อมบริษัทโฮลดิ้งของแต่ละสถาบัน ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสถาบันวิทยสิริเมธี โดยมีเป้าหมายในการนำจุดแข็งของแต่ละมหาวิทยาลัยมารวมเป็นทรัพยากรร่วมของเครือข่าย ทั้งด้านงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา บุคลากรและความเชี่ยวชาญ ห้องปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม โดยเป็นการต่อยอดจากกลไกนิติบุคคลเพื่อร่วมลงทุนของมหาวิทยาลัย หรือ University Holding Company (UHC) ซึ่ง สอวช. ได้ผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดทำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการซึ่งนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ พ.ศ. 2566 เพื่อคลี่คลายข้อจำกัดและสร้างความชัดเจนด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการร่วมลงทุน ก่อนยกระดับจากการดำเนินงานของ UHC ในแต่ละมหาวิทยาลัยมาสู่ความร่วมมือในรูปแบบ Consortium

ในงานเดียวกันนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) NIA และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ยังได้ประกาศจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน (Private Equity Trust: PE Trust) มูลค่าเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในธุรกิจกลุ่ม New Economy ครอบคลุมเทคโนโลยีเชิงลึก ดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพ และเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารแห่งอนาคต ซึ่งเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านเงินทุนให้ธุรกิจนวัตกรรมสามารถขยายการเติบโตและก้าวเข้าสู่ตลาดทุนได้ต่อไป

เรื่องล่าสุด