messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. – ADB เปิดเวทีระดมความคิดเห็นจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย มุ่งส่งเสริมการใช้ AI เพื่อการเกษตรที่ครอบคลุมและเป็นธรรม รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สอวช. – ADB เปิดเวทีระดมความคิดเห็นจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย มุ่งส่งเสริมการใช้ AI เพื่อการเกษตรที่ครอบคลุมและเป็นธรรม รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันที่เผยแพร่ 9 กรกฎาคม 2026 1 Views

(8 กรกฎาคม 2569) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ภายใต้การศึกษาวิจัยเรื่อง “มิติด้านความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคมในเกษตรแม่นยำที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Powered Precision Agriculture) สำหรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย” ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 20 เพื่อรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และผู้แทนกลุ่มเกษตรกร นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการเกษตรอย่างครอบคลุม เท่าเทียม และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย

รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการว่า การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง สอวช. และ ADB ภายใต้โครงการความช่วยเหลือทางวิชาการที่มุ่งส่งเสริมการบูรณาการมิติด้านความเท่าเทียมทางเพศ คนพิการ และการมีส่วนร่วมทางสังคม (Gender Equality, Disability, and Social Inclusion: GEDSI) เข้าสู่นโยบายและมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยได้ร่วมดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการเกษตรแม่นยำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพภาคการเกษตรและเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม และข้อมูลจากเซนเซอร์ภาคสนาม เพื่อช่วยคาดการณ์สภาพอากาศและประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูก เลือกช่วงเวลาการปลูกและเก็บเกี่ยว รวมถึงบริหารจัดการการให้น้ำ การใช้ปุ๋ย และสารบำรุงดินและพืชได้อย่างเหมาะสมและตรงตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มทั้งคุณภาพและปริมาณผลผลิต อันจะนำไปสู่การพัฒนาภาคการเกษตรที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างทั่วถึง

ด้าน Ms. Claire Charamnac Social Development Specialist Gender Equality Division (CCGE) Climate Change and Sustainable Development Department (CCSD)  ผู้แทนจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) กล่าวว่า ผลการศึกษาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ที่ช่วยให้เข้าใจความท้าทายเชิงโครงสร้างในการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI เพื่อการเกษตรของเกษตรกรกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มักเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสและทรัพยากร ทั้งนี้ ข้อค้นพบจากการศึกษาชี้ให้เห็นว่าความเปราะบางด้านเพศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และแหล่งเงินทุนของเกษตรกรหญิง เนื่องจากในหลายครัวเรือน การตัดสินใจด้านการลงทุน การถือครองที่ดิน และการเป็นเจ้าของทรัพย์สินยังคงกระจุกตัวอยู่กับสมาชิกชาย ส่งผลให้ผู้หญิงมีข้อจำกัดในการตัดสินใจลงทุนและการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในการผลิตมากกว่าผู้ชาย พร้อมเน้นย้ำว่าการกำหนดนโยบายด้านเทคโนโลยีและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควรตั้งอยู่บนหลักฐานเชิงประจักษ์ ควบคู่กับการคำนึงถึงมิติความเท่าเทียมทางเพศ คนพิการ และการมีส่วนร่วมทางสังคม เพื่อให้การพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI สามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ ADB ยืนยันความพร้อมที่จะสานต่อความร่วมมือกับประเทศไทยและภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันข้อค้นพบจากการศึกษาครั้งนี้ไปสู่การกำหนดนโยบายและการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมต่อไป

ภายในการประชุม คณะที่ปรึกษาโครงการจาก ADB ได้แก่ นางสาวกรองแก้ว ปัญจมหาพร ผู้เชี่ยวชาญด้านความเท่าเทียมทางเพศและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และนางสาวธัญพิชชา ไกรกาญจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคม ได้นำเสนอผลการศึกษาเบื้องต้นและทำหน้าที่ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และผู้แทนเกษตรกร ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสะท้อนประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง โดยมีผู้แทนจาก สอวช. 4 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ ฝ่ายคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และฝ่ายนวัตกรรมอุดมศึกษาและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายควบคู่กับผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ผลการศึกษาครอบคลุมมิติการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าหลายประเด็นมีความสอดคล้องกับผลการศึกษาเบื้องต้น โดยเฉพาะความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งทุนและสินเชื่อ การพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์เกษตรกรกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการสร้างระบบสนับสนุนที่เอื้อต่อการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมกันอภิปรายข้อเสนอเชิงนโยบายในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงและต่อยอดผลการศึกษาให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสามารถนำไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของทุกภาคส่วนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในช่วงท้ายของการประชุม ดร.ปราณปรียา ศรีวรรณวิทย์ ลุนด์แบร์ย ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ สอวช. กล่าวปิดการประชุมว่า สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นจากเวทีครั้งนี้ไม่ใช่เพียงข้อเสนอเชิงนโยบายที่ได้ร่วมกันพัฒนาขึ้น แต่คือกระบวนการ Policy Co-creation ที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนร่วมออกแบบนโยบายบนพื้นฐานของข้อมูล หลักฐานเชิงประจักษ์ และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง ซึ่งจะช่วยให้ข้อเสนอเชิงนโยบายมีความครอบคลุม สะท้อนบริบทและความต้องการของผู้ใช้จริง และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่า ผลการศึกษาครั้งนี้จะเป็นฐานความรู้สำคัญในการต่อยอดการพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศ โดยเฉพาะการดำเนินงานด้าน Technology Needs Assessment (TNA) หรือการประเมินความต้องการเทคโนโลยี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อระบุและจัดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งยังช่วยผลักดันให้การพัฒนาและการคัดเลือกเทคโนโลยีในอนาคตคำนึงถึงความครอบคลุม ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพของเทคโนโลยี เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป สอวช. และคณะที่ปรึกษาโครงการจะร่วมกันนำข้อเสนอแนะและความคิดเห็นที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ไปปรับปรุงรายงานการศึกษาและข้อเสนอเชิงนโยบายให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยหวังว่าผลการศึกษาจะไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังสามารถนำกลับไปต่อยอดการดำเนินงานของผู้เข้าร่วมการประชุม และเป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับการกำหนดนโยบายและการออกแบบมาตรการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่คำนึงถึงความครอบคลุม ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในอนาคต

เรื่องล่าสุด