messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » มาเช็กกันหน่อย! ประเทศไทยเข้าใกล้ “เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม” มากขึ้นหรือยัง ?

มาเช็กกันหน่อย! ประเทศไทยเข้าใกล้ “เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม” มากขึ้นหรือยัง ?

วันที่เผยแพร่ 30 มิถุนายน 2026 16 Views

📝 จากการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานภาครัฐ และพื้นที่ต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สอวช. เริ่มเห็นสัญญาณเชิงโครงสร้างที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตบนฐานการผลิตและต้นทุน (Efficiency-driven Economy) ไปสู่การเติบโตบนฐานความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม หรือ “เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม” (Innovation-led Economy) มากขึ้น โดยสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนผ่านนี้ มี 4 ประการ ได้แก่

💡 1. การเปลี่ยนแปลงของความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม

แข่งขันด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรมมากกว่าแข่งขันด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียว เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการยกระดับบทบาทสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก (Global Value Chain) เช่น การพัฒนาอาหารฟังก์ชัน อาหารเฉพาะบุคคล และส่วนผสมมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมอาหาร, การประยุกต์ใช้ Synthetic Biology ในอุตสาหกรรมชีวภาพและสุขภาพ, การขยับจากการประกอบไปสู่การออกแบบ การทดสอบ และซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรม EV และ Semiconductor รวมถึงการสร้าง IP และแบรนด์ของตนเองในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

💡 2. ความต้องการงานวิจัยและพัฒนา (R&D) จากภาคเอกชนเพิ่มสูงขึ้น

ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเข้ามามีส่วนร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิจัยในประเด็นที่มีความเสี่ยงสูง ใช้เวลาพัฒนาในระยะยาว รวมถึงที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยเชิงลึกและเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Technology) โดยมองการลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน มากกว่าการเป็นต้นทุนระยะสั้น

💡 3. การพัฒนาพื้นที่จากเชิงโครงการสู่การพัฒนาเชิงระบบนิเวศมากขึ้น

เปลี่ยนจากการดำเนินโครงการแบบแยกส่วน หรือการพัฒนาในลักษณะโครงการรายประเด็น ไปสู่การพัฒนา “ระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem)” ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย ผู้ประกอบการ สตาร์ตอัป และหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกันในลักษณะของแพลตฟอร์มกลาง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมในระดับพื้นที่

💡 4. การมีส่วนร่วมเชิงยุทธศาสตร์ของภาคเอกชนในระบบ อววน.

เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ในระบบ อววน. มากขึ้น สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบนวัตกรรมไทย จากรูปแบบที่ภาครัฐเป็นผู้กำหนดทิศทางฝ่ายเดียว ไปสู่รูปแบบความร่วมมือแบบ “รัฐ–เอกชนร่วมออกแบบอนาคต (Public–Private Co-Design)” ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของประเทศที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ยังจำเป็นต้องได้รับการเร่งรัดผ่านการขับเคลื่อนเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ โดยมีปัจจัยเร่งที่สำคัญ 5 ประการ ได้แก่

☑️ 1. การขับเคลื่อนนโยบายแบบมุ่งเป้าหมาย (Mission-Oriented Innovation Policies: MOIP) ที่กำหนดพันธกิจระดับชาติหรืออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน พร้อมบูรณาการงบประมาณและกลไกที่เกี่ยวข้องไปในทิศทางเดียวกัน

☑️ 2. การลงทุนในเทคโนโลยีเชิงลึกควบคู่กับการพัฒนากำลังคนขั้นสูงที่สอดคล้องกับโจทย์อุตสาหกรรมจริง

☑️ 3. การพัฒนากลไกเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ เช่น Sandbox, Testbed และ Pilot Plant

☑️ 4. บทบาทเชิงรุกของภาครัฐในฐานะผู้สร้างและกำหนดทิศทางตลาด รวมถึงการอำนวยความสะดวก และสร้างแรงจูงใจเพื่อให้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่สามารถเกิดและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

☑️ 5. การสื่อสารภาพอนาคตและความเข้าใจร่วมของสังคมต่อบทบาทของ อววน. ในการยกระดับเศรษฐกิจประเทศ

📌 แล้วคุณล่ะ คิดว่าประเทศไทยและภาคธุรกิจของเราพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่ “เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม” มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย 👇💬

เรื่องล่าสุด