(26 มิถุนายน 2569) ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับเชิญบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต (Future-Ready Workforce)” ในงานสัมมนาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ประจำปี 2569 จัดโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ณ โรงแรมรามาดา พลาซา บาย วินด์แฮม แบงคอก แม่น้ำ ริเวอร์ไซด์ โดยการสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้บุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้รับรู้ทิศทางและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศและการศึกษาของไทยในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการด้านการศึกษาและนำมาใช้ในการเตรียมความพร้อมของการจัดการภายในคณะต่อไป

ดร.สุรชัย ได้บรรยายให้เห็นภาพรวมของระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ซึ่งมี สอวช. เป็นหน่วยงานนโยบายด้าน อววน. ของประเทศ โดยได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานที่สำคัญ ประกอบด้วย 1. การขยับอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในด้านวิทยาศาสตร์สู่อันดับ Top 30 ของโลก 2. ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและลดความเหลื่อมล้ำด้วย อววน. 1 ล้านคน 3. สนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก 10 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า 4. เพิ่มสัดส่วนแรงงานทักษะสูงขึ้นเป็น 25% ให้ทัดเทียมประเทศที่เศรษฐกิจพัฒนาแล้ว และ 5. ยกระดับสถาบันอุดมศึกษาไทยให้ติด Top 200 ของ World Class University Ranking

ดร.สุรชัย กล่าวถึงสถานการณ์และทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการปรับตัวของสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในด้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Societal Change) การเปลี่ยนแปลงของโลก (Global Change) การเปลี่ยนแปลงขององค์กร (Organizational Change) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technological Change) โดยภาพอนาคตและความท้าทายที่ประเทศไทยต้องเผชิญ ครอบคลุมทั้งในประเด็นสังคมและประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย มีความเหลื่อมล้ำระหว่างประชากรและช่วงวัย ปัญหาทางสุขภาพจิตและความเครียด รวมถึงความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ต้องมีการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการพึ่งพาตนเองผ่านการวิจัยและนวัตกรรม เกิดความผันผวนของการค้าโลก การปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทาน มาตรการทางการค้า และการปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว ด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน จากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เทคโนโลยีสีเขียว การแข่งขันด้าน AI และ Digital Transformation ด้านการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเรื่องสงครามภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics War) สงครามภาษี (Tariff War) ความมั่นคงระดับภูมิภาค (Regional Security) เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบัน สอวช. อยู่ในระหว่างการจัดทำกรอบนโยบายยุทธศาสตร์และแผนด้าน อววน. พ.ศ. 2571 – 2575 โดยได้นำหลักการของแนวทาง Mission-Oriented Innovation Policy หรือ MOIP มาใช้ในการกำหนดนโยบายของประเทศ ด้วยการเปลี่ยนโจทย์ใหญ่ระดับประเทศ (Global Challenges) ให้กลายเป็นภารกิจที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนการวิจัยและนวัตกรรมการอุดมศึกษาอย่างตรงจุด

ในด้านสถานการณ์ความต้องการแรงงานสมรรถนะสูงของประเทศไทย ดร.สุรชัย กล่าวว่า เรามีความต้องการกำลังคนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทั้งในเรื่อง Aging Society ที่ไทยมีประชากรสูงอายุมากกว่าเพื่อนบ้านในอาเซียน Climate Change จากที่ตั้งของไทยอยู่ในบริเวณที่โลกร้อนขึ้น Geopolitics การเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจเศรษฐกิจ และ Global Talent Competition ปรากฏการณ์สมองไหล ที่ผู้มีศักยภาพภายในประเทศไหลออกนอกประเทศมากขึ้น ซึ่งในส่วนของ สอวช. ได้ทำการสำรวจความต้องการบุคลากรทักษะสูงใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (Thailand Talent Landscape) ในระยะ 5 ปี พ.ศ. 2568 – 2572 พบว่ามีความต้องการกำลังคนกว่า 1,087,548 คน โดยอุตสาหกรรมที่ต้องการกำลังคนสูงสุด คืออุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมดิจิทัล ฯลฯ

ดร.สุรชัย ยังได้กล่าวถึงสถานภาพระบบอุดมศึกษาของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่พบว่าจำนวนผู้เข้าสู่ระดับอุดมศึกษาลดลงมากกว่า 22% ในช่วงเวลา 14 ปี (พ.ศ. 2550 – 2564) และมีแนวโน้มลดลงในทุกปี ในขณะที่บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาเพิ่มขึ้นกว่า 47% ในช่วง 6 ปี (พ.ศ. 2558 – 2564) รวมถึงงบประมาณการอุดมศึกษาที่เติบโตขึ้นคิดเป็นประมาณ 20% ของงบประมาณการศึกษาทั้งหมด ในปี 2552 – 2563 ประกอบกับข้อมูลขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ยังพบว่าไทยอยู่ในอันดับกลางไปจนถึงอันดับล่าง ทำให้ต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถเหล่านี้ให้ดียิ่งขึ้นและสามารถพัฒนาเทียบเท่าระดับโลกได้ โดยหน่วยงานสำคัญที่จะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนคือ “มหาวิทยาลัย” ที่ต้องปรับตัวให้อยู่ในฐานะ “ผู้นำการเปลี่ยนผ่านทางสังคม” เป็นผู้นำที่กล้าคิดและทำสิ่งใหม่ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง เป็นเครื่องมือในการสร้างอนาคตประเทศ นอกเหนือจากการผลิตบัณฑิต และมีบทบาทในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) ของประเทศด้วย
ผู้อำนวยการ สอวช. ยังได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากต่างประเทศในการทำนวัตกรรมการเรียนการสอน การพัฒนากำลังคนแบบเร่งด่วน รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษของต่างประเทศ โดยพบว่าในภาพรวมปัจจัยความสำเร็จในการจัดการศึกษาของต่างประเทศ คือการมีหลักสูตรที่หลากหลาย มีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง มีบุคลากรที่มีคุณภาพระดับชั้นนำ มีความเป็นสากล มีการสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ และมีสภาพแวดล้อมที่ดี

ตัวอย่างนโยบายและกลไกสนับสนุนของกระทรวง อว. มีทั้งระบบการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ผ่านการจัดทำแพลตฟอร์ม STEMPlus แพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงตอบการลงทุนของภาคผลิตและบริการ ที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงความต้องการระหว่างผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นผู้ใช้บัณฑิต นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจที่จะพัฒนาทักษะและสมรรถนะในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังได้จัดทำประกาศกระทรวง อว. เรื่อง การกำหนดทักษะและสมรรถนะการผลิตบัณฑิตและการสร้างกำลังคนที่พึงประสงค์ในสาขาอาชีพที่เป็นความต้องการของประเทศ และมีกลไกต่าง ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุนการพัฒนากำลังคนป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรม อาทิ การบูรณาการการเรียนรู้กับการทำงาน (Work-integrated Learning: WiL) การผลิตและพัฒนากำลังคนทางเทคนิคและเทคโนโลยี (ปวส. – ป.โท) ที่มีทักษะและความรู้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การยกระดับภาคอุตสาหกรรมด้วยการผลิตบัณฑิตศึกษาและวิจัยพัฒนานวัตกรรม (Hi-FI และ RDI) การพัฒนากำลังคนในระดับบัณฑิตศึกษาคุณภาพสูง ที่สามารถวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรม ในระยะเวลา 2 ปี แบบ Tailor Made Higher Education Sandbox นวัตกรรมการจัดการศึกษารูปแบบใหม่เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะตรงกับความต้องการของประเทศ และทันต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น



