messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » โอกาสของไทยกับการก้าวสู่ “ผู้พัฒนาเทคโนโลยี EV”

โอกาสของไทยกับการก้าวสู่ “ผู้พัฒนาเทคโนโลยี EV”

วันที่เผยแพร่ 4 สิงหาคม 2026 9 Views

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญของภูมิภาค และกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มรูปแบบ

คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะเป็นเพียง “ผู้ใช้เทคโนโลยี” หรือสามารถก้าวไปสู่การเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี” ได้ในอนาคต

สอวช. มองว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวไปได้ไกลกว่าการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยี โดยอาศัยจุดแข็งจากการเป็นฐานการผลิตยานยนต์สำคัญของอาเซียน ความพร้อมของภาคอุตสาหกรรม วิศวกรรม และห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ รวมถึงนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมการลงทุนและการเพิ่มสัดส่วนการผลิตภายในประเทศ (Local Content)

แม้ในระยะสั้น ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต้นน้ำจากต่างประเทศในบางส่วน แต่หากมีการกำหนดทิศทางการลงทุนที่เหมาะสม การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็ง ประเทศไทยมีโอกาสพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มในสาขาที่มีศักยภาพได้อย่างแท้จริง

📌 สอวช. จึงวางเป้าหมายการยกระดับจาก “ผู้ใช้” ไปสู่ “ผู้พัฒนาเทคโนโลยี” ใน 3 แนวทางสำคัญ คือ

🔹 Co-development with Global Players

ส่งเสริมให้เกิดการร่วมพัฒนาเทคโนโลยีกับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เช่น ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เพื่อให้เกิดการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) และการจ้างงานนักวิจัยในประเทศ โดยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาครัฐอย่างเป็นระบบ

🔹 Local Innovation

สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาและสร้างนวัตกรรม EV ที่ตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะทาง เช่น รถบัสไฟฟ้า รถสำหรับงานสนามบิน เรือไฟฟ้า หรือยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเชิงพาณิชย์ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานในประเทศ ลดต้นทุน และเปิดโอกาสในการต่อยอดเทคโนโลยี

🔹 Selective Upgrading

ผลักดันผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยให้ก้าวสู่การพัฒนาเทคโนโลยีในส่วนที่มีศักยภาพการแข่งขันสูง อาทิ ระบบบูรณาการยานยนต์ไฟฟ้า (System Integration) , ชิ้นส่วนสำคัญอย่าง Power Electronics, Inverter, Vehicle Control Unit (VCU), Battery Pack, Battery Management System (BMS), โครงสร้างยานยนต์และวัสดุ ตลอดจนระบบทดสอบ มาตรฐาน และการรับรอง

นอกจากแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว สอวช. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา “กำลังคน” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม EV ของประเทศ

🤝 สอวช. ได้ร่วมกับ กพร. สอศ. สคช. EVAT และ บพค. จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนากำลังคนด้าน EV และลดช่องว่างระหว่างทักษะแรงงานกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมทั้งการผลิตบุคลากรใหม่ การยกระดับแรงงานเดิม และการพัฒนาครู อาจารย์ รวมถึงบุคลากรในสถานประกอบการ

🎓 พร้อมกันนี้ ยังสนับสนุนความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย และภาคเอกชนผ่านแหล่งทุนภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการมุ่งเป้าการพัฒนากำลังคนอุตสาหกรรม EV ซึ่งดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าทั้ง 3 แห่ง เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบหลักสูตรและการฝึกอบรม เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง รวมถึงการทำงานร่วมกับหน่วยงานวิจัย เช่น สวทช. ในการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยี โดย สอวช. ได้สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาบุคลากรด้าน EV อย่างน้อย 650 คน ในปี 2569

นอกจากนี้ สอวช. ยังทำงานร่วมกับ BOI พัฒนา STEM++ Platform เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะกำลังคนเข้ากับมาตรการส่งเสริมการลงทุนของประเทศอย่างเป็นระบบ

💡 ในด้านนวัตกรรม สอวช. ทำหน้าที่เชื่อมโยงภาคการวิจัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดงานวิจัยที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง ทั้งการสนับสนุนโครงการวิจัยร่วม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบและมาตรฐาน ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศ

🎯 เป้าหมายของประเทศไทยจึงไม่ใช่การแข่งขันในทุกมิติของอุตสาหกรรม EV แต่คือการเลือกลงทุนอย่างมียุทธศาสตร์ในสาขาที่ประเทศมีศักยภาพ เพื่อยกระดับบทบาทจาก “ฐานการผลิต” ไปสู่ “ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยี” และสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการดึงดูดผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระยะยาว เพื่อเร่งการถ่ายทอดองค์ความรู้และยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทย

สอวช. พร้อมทำหน้าที่เสมือนเป็น “ตัวกลางเชิงระบบ” ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และภาครัฐ เพื่อให้การพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมด้าน EV เกิดขึ้นอย่างมีทิศทาง สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม และสามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับประเทศ

เรื่องล่าสุด