messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. ร่วมเวที AJSCP 3.0 ชูบทบาทวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG พาไทยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

สอวช. ร่วมเวที AJSCP 3.0 ชูบทบาทวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG พาไทยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

วันที่เผยแพร่ 8 กรกฎาคม 2026 12 Views

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.ศรวณีย์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเพื่อความยั่งยืน สอวช. ร่วมเป็นผู้แทนประเทศไทยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อ “Science, Technology and Innovation for BCG Economy” ภายในงานประชุม Kick-off Meeting of AJSCP 3.0 (ASEAN-Japan Dialogue for the Co-creation and Social Implementation of the SCP 3.0: Transition to Circular, Decarbonized and Nature-Positive Economy) จัดโดย Asia-Pacific Roundtable for Sustainable Consumption and Production (APRSCP) และ Institute for Global Environmental Strategies (IGES) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

ดร.ศรวณีย์ ได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) โดยเฉพาะการยกระดับเศรษฐกิจหมุนเวียนจากระดับแนวคิดไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านกรอบนโยบายนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน: วิสัยทัศน์ พ.ศ. 2573 การจัดทำมาตรฐาน แนวทาง และแผนที่นำทางด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงงานวิจัยเชิงนโยบายเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย

สอวช. ยังได้เน้นบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบาย เครื่องมือ และภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นระบบ โดยมีการดำเนินงานร่วมกับสถาบันวิจัยและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน กฎหมายและกฎระเบียบ มาตรการสนับสนุน และกลไกที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สอวช. ได้พัฒนาตัวชี้วัด Green Enterprise Indicator (GEI) เป็นมาตรฐานระดับชาติ เพื่อเป็นเครื่องมือประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว และเป็นเครื่องมือกลางระดับชาติเชื่อมโยงกับมาตรการสนับสนุนและแหล่งเงินทุนจากภาครัฐและภาคการเงินในการขับเคลื่อนต่อไป

นอกจากนี้ ดร.ศรวณีย์ ได้ยกตัวอย่างการดำเนินงานเชิงพื้นที่ อาทิ การพัฒนานวัตกรรมการจัดการของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) ซึ่งเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการจัดการของเสีย การหมุนเวียนวัสดุ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและภาคเอกชนในพื้นที่ ภายใต้ความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐและท้องถิ่น รวมถึงชุมชน แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำจำเป็นต้องอาศัยทั้งกฎระเบียบที่เอื้ออำนวย ข้อมูลที่โปร่งใส กลไกตลาดที่สร้างความต้องการใช้วัสดุหมุนเวียน และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งด้านรายได้ของชุมชน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

ทั้งนี้ การประชุม AJSCP 3.0 ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และภาครัฐของประเทศอาเซียนและญี่ปุ่น ในการพัฒนารูปแบบเศรษฐกิจและสังคมใหม่ที่บูรณาการการลดคาร์บอนและเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทย และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

เรื่องล่าสุด