สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ (Keynote Speaker) ในหัวข้อ “Thailand National Circular Economy Strategic Roadmap: Driving Policy Frameworks for Material Circularity” ภายใต้การประชุมนานาชาติ “Next-Generation Waste Management: Technology-Driven Frameworks for Complex Waste Streams” จัดโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ASEAN Bio-Circular-Green Economy Network (ASEAN BCG Network) ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการของเสียที่มีความซับซ้อน พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเศรษฐกิจหมุนเวียนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยมีผู้แทนภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และเครือข่ายความร่วมมือระดับภูมิภาคเข้าร่วม


รศ.วงกต กล่าวถึงร่าง กรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) พ.ศ.2571-2575 ที่ยึดแนวทางตามหลักการนโยบายนวัตกรรมแบบมุ่งภารกิจ (Mission-Oriented Innovation Policy: MOIP) โดยแบ่งกรอบการดำเนินงานเป็น 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสีเขียวอย่างยั่งยืน 2. พัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยียุทธศาสตร์ 3. ยกระดับ SMEs และเศรษฐกิจฐานรากด้วยวิจัยและนวัตกรรม 4. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพและเวลเนส และ 5. พัฒนาเมืองและภูมิภาคให้น่าอยู่ ซึ่งการจะขับเคลื่อนทั้ง 5 ประเด็นนี้จะต้องอาศัยฐานที่สำคัญทั้งด้านระบบกำลังคนและทักษะแห่งอนาคต รวมถึงการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมด้วย

บทบาทของ สอวช. ได้ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการจัดทำกรอบนโยบายนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน: วิสัยทัศน์ พ.ศ. 2573 โดยมีหลักการบูรณาการกลไก 4 ระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ที่สอดรับกับเป้าหมายสากล ระดับโครงสร้างพื้นฐานและกลไกสนับสนุน ระดับผู้ประกอบการ ที่เชื่อมโยงกับการสร้างวงจรรีไซเคิลวัตถุดิบและโมเดลธุรกิจใหม่ ไปจนถึงระดับภาคประชาชนที่ช่วยสนับสนุนการสร้างความตระหนักรู้และพฤติกรรมผู้บริโภค และเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ทั้งนี้สอวช. ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายพันธมิตร 9 หน่วยงาน ลงนามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ฐานข้อมูลและตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ได้แก่ ก๊าซเรือนกระจก เศรษฐกิจหมุนเวียน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อรองรับเศรษฐกิจการค้าและความยั่งยืน พร้อมทั้งการพัฒนาตัวชี้วัดและข้อมูลค่าเป้าหมายสนับสนุนหมุดหมายที่ 10 ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนพัฒนาฯ ฉบับต่อไป รวมถึงเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลและตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ

รศ.วงกต ยังได้ยกตัวอย่างโครงการที่ สอวช. ร่วมขับเคลื่อนคือ โครงการ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” (Saraburi Sandbox)” ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำและการบริหารจัดการขยะอัจฉริยะ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อแสดงข้อมูลการไหลเวียนของวัสดุและวัตถุดิบหมุนเวียน (Waste Flow) ตลอดห่วงโซ่การจัดการขยะ ตั้งแต่การคัดแยกขยะต้นทางทั้งในระดับครัวเรือน วัด โรงเรียน และตลาด ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับระบบบริหารจัดการขยะปลายทาง พร้อมแสดงบทบาทและความเชื่อมโยงของหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ ซึ่งระบบ Waste Flow จะช่วยสนับสนุนการหมุนเวียนวัตถุดิบ (Feedstock Loop) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนเป็นฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และพัฒนารูปแบบธุรกิจ (Business Model) เพื่อระบุช่องว่างระหว่างการดำเนินงานในระดับพื้นที่กับการกำหนดและขับเคลื่อนนโยบายในระดับประเทศ ทั้งนี้ โครงการได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนการติดตามและประเมินผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบเรียลไทม์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรและขยะที่มีประสิทธิภาพ และการขยายผลสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและเมืองคาร์บอนต่ำในระดับประเทศ


นอกจากนี้ สอวช. ยังได้ร่วมผลักดันการจัดทำมาตรฐานตัวชี้วัดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Enterprise Indicator: GEI) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ผ่านมาตรการตัวชี้วัดวิสาหกิจสีเขียว ซึ่งได้รับการยกระดับสู่มาตรฐานระดับชาติ (มตช. 12-2569) เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถประเมินสถานะของตนเองและเข้าถึงการสนับสนุนทางการเงิน ตลอดจนนวัตกรรมสีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทางธุรกิจและขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานไทยสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืน
