(26 ตุลาคม 2569) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ครั้งที่ 8/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล และผ่านระบบออนไลน์ โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยได้มีการหารือแนวทางพัฒนาระบบนโยบายและกลไกทุนวิจัย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ศ. ดร.ยศชนัน เน้นย้ำให้ สอวช. เชื่อมโยงแผนด้านการอุดมศึกษา เข้ากับแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พร้อมสื่อสารบทบาทและกระบวนการพัฒนานโยบายให้ชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมเสนอข้อมูลและออกแบบนโยบายของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกรอบแนวคิดที่น่าสนใจคือการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) เป็นกรอบเชื่อมโจทย์จากพื้นที่สู่ระดับประเทศ และปรับนโยบายให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ศ. ดร.ยศชนัน ยังเสนอให้ศึกษากลไกสนับสนุนทุนวิจัยในระยะยาว 5–10 ปี รวมถึงทุนขนาดใหญ่สำหรับงานวิจัยที่มุ่งสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เพื่อให้นักวิจัยสามารถวางแผนและพัฒนาองค์ความรู้เชิงลึกได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมศึกษาการเชื่อมแหล่งทุนเพื่อสาธารณประโยชน์ (Philanthropy) และการใช้ระบบดิจิทัลลดขั้นตอนการส่งเงินทุนถึงนักวิจัย โดยนำแนวทางจากต่างประเทศมาประกอบการพัฒนาข้อเสนอต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ

ด้านผลการดำเนินงาน ที่ประชุมได้รับฟังการรายงานผลตามตัวชี้วัดของ สอวช. ประจำปี 2569 ทั้งการจัดทำข้อเสนอนโยบาย การนำผลงานไปใช้ประโยชน์ และการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ พร้อมมีข้อเสนอให้การกำหนดตัวชี้วัดให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และการติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย ควบคู่กับจำนวนข้อเสนอ รวมถึงเพิ่มมิติด้านการบริหารและการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผน

ที่ประชุมยังได้อนุมัติแผนงบประมาณและเห็นชอบแผนการดำเนินงานของ สอวช. ประจำปี 2570 ครอบคลุมการยกระดับอุตสาหกรรมสีเขียว การพัฒนาเทคโนโลยียุทธศาสตร์ การเสริมศักยภาพ SMEs และเศรษฐกิจฐานราก การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ ตลอดจนการพัฒนาเมืองและภูมิภาค พร้อมเสนอให้เร่งใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงฐานข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและสนับสนุนการจัดทำนโยบาย

นอกจากนี้ ดร.สุรชัย ได้รายงานข้อมูลสาระสำคัญจากการเข้าร่วมเวที Science and Technology in Society Forum (STS Forum) ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ ความร่วมมือระหว่างประเทศ ธรรมาภิบาล AI ความมั่นคงด้านการวิจัย และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเสนอประเด็นที่ไทยควรต่อยอด ทั้งการส่งเสริมความร่วมมือและการหมุนเวียนนักวิจัย การเตรียมพร้อมรับ AI และเทคโนโลยีเกิดใหม่ ตลอดจนการออกแบบกลไกทางเศรษฐกิจและการเงินบนฐานทุนธรรมชาติ เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีเดินหน้าควบคู่กับระบบนโยบายและกลไกสนับสนุนที่เหมาะสม





