ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นผู้ร่วมเสวนา (Panelist) ในการประชุม OECD Blue Sky Forum 2026 ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาตัวชี้วัดด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในหัวข้อการใช้ข้อมูลและสถิติเพื่อการกำหนดนโยบาย ร่วมกับ Ms. Mona Nemer ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ประจำรัฐบาลแคนาดา และ Ms. Teresa Riesco เลขาธิการด้านนวัตกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและมหาวิทยาลัย ประเทศสเปน โดย Mr. Christian Naczinsky, Head of Department for EU and OECD Research Policy, Austrian Ministry of Science, Research and Economy และ Chair of the OECD Committee for Scientific and Technological Policy (CSTP) เป็นผู้ดำเนินรายการ

ในการเสวนา ดร.สุรชัย ได้นำเสนอพัฒนาการของระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยไทยได้ปฏิรูประบบผ่านการจัดตั้งสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่กำหนดทิศทางนโยบาย ครอบคลุมทั้งด้านการอุดมศึกษา และด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พร้อมจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเชิงนโยบาย (Policy Data Center) เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลด้านการอุดมศึกษา ววน. และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์และเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย ภายใต้ระบบข้อมูลกลางของประเทศที่มีสำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลัก

ดร.สุรชัย กล่าวถึงความท้าทายสำคัญของผู้กำหนดนโยบาย 4 ประการ ได้แก่ 1. การติดตามและประเมินผลการดำเนินนโยบาย ทั้งในระดับผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ และผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคเศรษฐกิจจริง เช่น ภาคเกษตร เพื่อนำกลับมาเป็นข้อมูลป้อนกลับสำหรับนโยบายรอบถัดไป 2. การลงทุนวิจัยและพัฒนาของประเทศที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.2 เป็นมากกว่าร้อยละ 1 ของ GDP ซึ่งมาพร้อมโจทย์การปรับตัวชี้วัดสากลให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย 3. ความเร็วของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเร็วกว่าการพัฒนาตัวชี้วัด ทำให้ตัวชี้วัดระหว่างประเทศที่มีอยู่อาจยังครอบคลุมเทคโนโลยีพลิกโฉมได้ไม่เพียงพอ และ 4. การรักษาสมดุลระหว่างความจำเป็นในการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์กับการรักษาความลับของข้อมูลระดับจุลภาคของภาคเอกชน


นอกจากนี้ ดร.สุรชัย ยังชี้ให้เห็นบทบาทของภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนาราวร้อยละ 70 ขณะที่ภาครัฐลงทุนราวร้อยละ 30 สะท้อนถึงระบบนวัตกรรมแห่งชาติที่ตั้งอยู่บนความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา โดยภาคเอกชนเป็นผู้นำการสร้างนวัตกรรมและมีภาครัฐสนับสนุนเชิงนโยบาย ทั้งนี้ ภาคเอกชนพร้อมให้ข้อมูลหากเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยตรงและช่วยให้การสำรวจสอดคล้องกับบริบทของประเทศมากขึ้น
ในช่วงท้าย ดร.สุรชัย ได้ให้ความเห็นต่อความคาดหวังจากเวที Blue Sky Forum ว่า ควรมุ่งเน้นแนวทางการปรับตัวชี้วัดระหว่างประเทศให้เข้ากับบริบทของแต่ละประเทศ เนื่องจากไม่มีตัวชี้วัดใดที่ใช้ได้กับทุกประเทศแบบ “One Size Fits All” ซึ่งสอดคล้องกับข้อสรุปของเวทีเสวนาที่เห็นตรงกันว่า หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การมีข้อมูลมากขึ้น แต่อยู่ที่การมีข้อมูลที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ ทันเวลา และถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง

นอกจากการร่วมเวทีเสวนาแล้ว คณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วย ดร.สุรชัย ดร.ปราณปรียา ศรีวรรณวิทย์ ลุนด์แบร์ย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ นายปรินันท์ วรรณสว่าง ผู้เชี่ยวชาญนโยบายอาวุโส ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ และ นางสาวกชพรรณ บวรชัยฤทธ์ นักพัฒนานโยบาย ฝ่ายศูนย์ข้อมูลนโยบาย ยังได้หารือทวิภาคี (Bilateral Meetings) กับฝ่ายเลขานุการของคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญระดับชาติด้านตัวชี้วัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Working Party of National Experts on Science and Technology Indicators: NESTI) และคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Committee for Scientific and Technological Policy: CSTP) ของ OECD ในช่วงการประชุม เพื่อติดตามความคืบหน้าของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยในมิติด้าน วทน. และเตรียมความพร้อมสำหรับขั้นตอนการทบทวนเชิงเทคนิค (Technical Review) ที่กำลังดำเนินการอยู่



ฝ่ายไทยได้ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และความสามารถในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน (Interoperability) เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การติดตามและการประเมินผลบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งสอดคล้องกับสาระสำคัญที่ ดร.สุรชัย ได้นำเสนอบนเวที Blue Sky Forum ว่า “ข้อมูลที่ดี นำไปสู่นโยบายที่ดี”

ภายหลังการประชุม ดร.สุรชัย และคณะ ได้เข้าเยี่ยมคารวะ นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ซึ่งได้ให้การต้อนรับและพบปะหารือที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ในโอกาสที่คณะผู้แทน สอวช. เดินทางเยือนกรุงปารีสเพื่อเข้าร่วมการประชุมภายใต้กรอบ OECD ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยเฉพาะด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงแนวทางส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ OECD ซึ่งรวมถึงการเข้าร่วมเวที Blue Sky Forum ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือที่มีความหมาย เพื่อปูทางไปสู่การเป็นสมาชิก OECD ของไทยในอนาคต


คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญระดับชาติด้านตัวชี้วัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2569 (2026 Meeting of the Working Party of National Experts on Science and Technology Indicators: NESTI) และการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบริหารด้านการวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 5 (5th Meeting of the OECD Expert Group on the Management and Analysis of Research and Innovation Administrative Data: MARIAD) ระหว่างวันที่ 16-17 กันยายน 2569

ในการประชุม NESTI คณะผู้แทนไทยได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นต่อที่ประชุม (Intervention) ในวาระการสะท้อนผลการจัดเวที Blue Sky Forum 2026 คณะผู้แทนไทยได้ยืนยันความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับระบบสถิติ แนวปฏิบัติด้านข้อมูล และตัวชี้วัดด้าน วทน. ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน แนวทาง และแนวปฏิบัติที่ดีของ OECD ในระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก พร้อมสรุปสาระสำคัญที่ได้รับจากเวทีดังกล่าว ได้แก่ ความสำคัญของความร่วมมือที่ขยายออกไปนอกกลุ่มประเทศสมาชิก OECD ความจำเป็นในการแปลงข้อมูลไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่นำไปปฏิบัติได้จริง และความสำคัญอย่างยิ่งของการพัฒนาและการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างรับผิดชอบ

สำหรับการประชุม MARIAD ซึ่งเป็นการเข้าร่วมครั้งแรกของประเทศไทย คณะผู้แทนไทยได้ให้ข้อคิดเห็นต่อการกำหนดลำดับความสำคัญของการเรียนรู้ร่วมกันของ MARIAD ว่าประเทศไทยควรให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลเชิงบริหารด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนนโยบายนวัตกรรมแบบมุ่งเป้า (Mission-oriented Innovation Policy: MOIP) ซึ่งต้องอาศัยความสามารถในการติดตามการจัดสรรทรัพยากรตามเป้าหมายเชิงสังคม โครงการและสถาบันที่มีส่วนร่วม ผลผลิตที่เกิดขึ้น การนำผลงานไปใช้ประโยชน์ ตลอดจนผลลัพธ์และผลกระทบในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการติดตามเป็นรายโครงการ โดยคณะผู้แทนไทยได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานร่วมกับฝ่ายเลขานุการ OECD ด้านนโยบายนวัตกรรมแบบมุ่งเป้า ซึ่ง OECD มาเยือนประเทศไทยและอยู่ระหว่างจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ โดยผลการศึกษาและการประชุมเชิงปฏิบัติการจะเป็นข้อมูลประกอบการพัฒนากรอบแผนด้าน อววน. ระยะ 5 ปีของประเทศ พร้อมทั้งนำเสนอบทเรียนจากระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (NRIIS) ที่เชื่อมโยงข้อมูลตลอดวงจรการให้ทุนวิจัย ตั้งแต่งบประมาณและโครงการ ไปจนถึงนักวิจัย สถาบัน ผลผลิต การใช้ประโยชน์ ผลลัพธ์และผลกระทบ และย้ำว่าการยกระดับจากข้อมูลเชิงบริหารไปสู่ข้อมูลเชิงนโยบายจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพข้อมูล แหล่งที่มา และการตรวจสอบยืนยันข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลด้านผลลัพธ์และผลกระทบ รวมถึงการแยกแยะระหว่างข้อมูลที่รายงานด้วยตนเอง ข้อมูลที่หน่วยงานตรวจสอบ ข้อมูลที่ผู้ใช้ยืนยัน และข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบจากภายนอก ทั้งนี้ ประเทศไทยยังแสดงความสนใจที่จะเรียนรู้แนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในงานด้านนี้เพิ่มเติมด้วย