(25 กันยายน 2569) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย (SUN Thailand) เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พลิกนโยบายสู่แผนปฏิบัติการ Net Zero Campus เพื่อยกระดับสถาบันอุดมศึกษาไทย” ภายใต้โครงการเครือข่ายมหาวิทยาลัยขับเคลื่อนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ระยะที่ 3 ณ ห้องกมลทิพย์ 1 ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ โดยมี รองศาสตราจารย์วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเปิดการประชุมและบรรยายในหัวข้อ “ปลดล็อกศักยภาพมหาวิทยาลัยไทยสู่ Net Zero: ทิศทางนโยบายและกลไกสนับสนุนจากภาครัฐ”

รศ.วงกต กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ ซึ่ง สอวช. มีบทบาทสำคัญในการออกแบบนโยบายและกลไกด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งพัฒนาทุนมนุษย์ ฐานองค์ความรู้ ตลอดจนเป็นพื้นที่ทดลองและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยไปสู่แนวทางแก้ไขปัญหาที่ใช้ได้จริง ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
“โครงการฯ ในระยะที่ 3 จะมุ่งยกระดับมหาวิทยาลัยไปสู่การดำเนินงานเชิงรุกผ่านการจัดทำ Net Zero Pathway รวมถึงคู่มือแนวทางการพัฒนา Net Zero Campus ตลอดจนการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนและแหล่งเงินทุน เพื่อสนับสนุนการนำมาตรการและเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำไปสู่การดำเนินงานจริง สนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถพัฒนาเส้นทางสู่ Net Zero ได้อย่างเป็นระบบ” รศ.วงกต กล่าว

ในช่วงการบรรยาย รศ.วงกต ได้นำนโยบายของศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ที่สะท้อนบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก อาทิ ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) สงครามการค้า เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความท้าทายด้านพลังงาน รวมถึงการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี และการใช้ AI โดยกรอบแนวคิด “พลิกโฉมมหาวิทยาลัย สู่ระดับโลก” ยกระดับการวิจัย เน้นพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม เพิ่มพูนปัญญาและพัฒนาวิชาชีพ ภายใต้แนวคิด University as Mastery Platforms มหาวิทยาลัยไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ผลิตบัณฑิต แต่ต้องเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อ “ชุมชน” เข้ากับ “วิทยาศาสตร์” และ “ธุรกิจ” จนเกิดเป็น Mastery Ecosystem โดย รศ.วงกต ได้เชื่อมโยงนโยบายดังกล่าวสู่กรอบงานด้านความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่งานด้านการพัฒนาองค์ความรู้ วิจัย พัฒนา สู่การผลิตจริงและการจัดตั้งวิสาหกิจ เช่น Startup และสามารถขยายขนาด (Scale-up) ได้ เช่นการพัฒนาธุรกิจ Climate หรือ Clean Energy Technology เป็นต้น

นอกจากนี้ กระทรวง อว. ยังได้เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ เชื่อมโยง Nature Tech AI และ Biodiversity เพื่อพัฒนาประเทศไทยสู่ Living Lab ด้านนวัตกรรมธรรมชาติ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน โดยบทบาทของ สอวช. คือการทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานการประเมินความต้องการเทคโนโลยี (TNA Coordinator) ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม Global TNA ในเฟส I และเฟส V รวมถึงเป็นหน่วยประสานงานกลางด้านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (Thailand’s NDE) ประสานงานในระดับนานาชาติและประเทศไทยเกี่ยวกับกลไกทางด้านเทคโนโลยี อีกทั้งบทบาทหลักของของ สอวช. ยังเป็นหน่วยงานระดับนโยบาย ที่ทำหน้าที่พัฒนาและบูรณาการด้าน อววน. ตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของประเทศ
ที่ผ่านมา สอวช. ได้เสนอข้อเสนอนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย อววน. พ.ศ. 2570 – 2575 ต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ซึ่งสภานโยบายได้เห็นชอบข้อเสนอดังกล่าวฯ และมอบหมายให้ สอวช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย โดยแบ่งข้อเสนอนโยบายฯ ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1. กรอบและแผนงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ.2570-2575 2. แผนงานการพัฒนากำลังคนทักษะสูงรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และ 3. แผนงาน Net Zero Campus พื้นที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พื้นที่ทดลอง Climate Innovation และรองรับการพัฒนากำลังคน
รศ.วงกต ยังได้เน้นย้ำถึงแผนงานโครงการ Net Zero Campus ที่เริ่มจากการจัดทำยุทธศาสตร์หรือนโยบายหลักของกระทรวง อว. จากนั้นจัดทำมาตรฐานการบัญชีคาร์บอน (Carbon Accounting) ของมหาวิทยาลัยให้เป็นมาตรฐานเดียวกับของประเทศ ขยายจำนวนมหาวิทยาลัยที่ประกาศเป็น Net Zero Campus และมี Net Zero Pathway ที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพของ Climate Tech & Deep Tech สู่เป้าหมาย Net Zero ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ โดย 5 กลุ่มเทคโนโลยีที่สำคัญ ประกอบด้วย 1. พลังงานไฟฟ้า (Electrification) 2. เกษตรกรรม (Agriculture) 3. โครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) 4. ไฮโดรเจน (Hydrogen) และ 5. การดักจับคาร์บอน (Carbon Capture)

ภายในงานได้จัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “มหาวิทยาลัยกับการขับเคลื่อน Net Zero: จากนโยบายสู่การปฏิบัติ และบทเรียนจากมหาวิทยาลัยต้นแบบ” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.สิริชัย คุณภาพดีเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อิทธิโชติ จักรไพวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร.มาโนช โลหเตปานนท์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรองศาสตราจารย์ ดร.นิตย์ เพ็ชรรักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ดำเนินรายการโดย ดร.ศรวณีย์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเพื่อความยั่งยืน สอวช.




ตัวแทนจากแต่ละมหาวิทยาลัยได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนจากการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่เป้าหมาย Net Zero ทั้งในบริบทของมหาวิทยาลัยภาครัฐและภาคเอกชน สะท้อนให้เห็นช่องว่างและความท้าทายในการดำเนินงานที่แตกต่างกัน อาทิ การบริหารจัดการหรือการกำกับดูแลในหน่วยงานย่อยแบบแยกส่วนทำให้มหาวิทยาลัยต้องสร้างระบบนิเวศและเป้าหมายร่วมขององค์กรในภาพรวมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และสร้างความตระหนักและความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายด้านงบประมาณในมหาวิทยาลัยเอกชน การสร้างความเข้าใจให้กับนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัย ครอบคลุมถึงการจัดการด้านข้อมูลที่ซับซ้อนและอาจไม่ต่อเนื่อง การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นเวทีให้มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยน ซักถาม และเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดี (Good Practices) จากมหาวิทยาลัยต้นแบบ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งในภาพรวมทุกมหาวิทยาลัยต่างเห็นพ้องกันในการตั้งเป้าหมาย Net Zero สอดคล้องไปกับเป้าหมายของประเทศ และเห็นด้วยว่ามหาลัยเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอย่างมากในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้ในระยะยาว


นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายในหัวข้อ “การยกระดับการบริหารจัดการคาร์บอนสู่การตั้งเป้าหมายและแผนขับเคลื่อน Net Zero ในสถาบันอุดมศึกษา” โดย นายธาดา วรุณโชติกุล ผู้จัดการสำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ที่ได้นำเสนอถึงแนวทางการขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint of Organization: CFO) ซึ่งเป็นกระบวนการยื่นขอการรับรองปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กร เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและรับเครื่องหมายรับรองอย่างเป็นทางการจาก อบก. เชื่อมโยงไปกับแนวทางการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของมหาวิทยาลัย ที่ทำได้หลากหลายแนวทาง อาทิ การใช้พลังงานสะอาด การสร้างอาคารและพื้นที่สีเขียว การเดินทางแบบ Low Carbon การจัดการขยะ น้ำ อาหาร การจัดซื้อและกิจกรรมสีเขียว รวมถึงการจัดการคาร์บอน ผ่านการจัดทำ CFO ของมหาวิทยาลัย การตั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก การจัดทำแผนที่นำทางการลดคาร์บอน (Carbon Reduction Roadmap) ครอบคลุมไปถึงการติดตามผลและชดเชยคาร์บอนในส่วนที่ลดไม่ได้ด้วย
ในช่วงท้ายยังได้มีการจัดระดมความคิดเห็น “การร่วมพัฒนาร่างคู่มือแนวทางการจัดทำ Net Zero Campus สำหรับสถาบันอุดมศึกษา” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สิริชัย ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างหลากหลาย และแต่ละมหาวิทยาลัยได้แบ่งปันแนวทางการทำ Pathway ของมหาวิทยาลัยเอง ซึ่งเป็นข้อมูลนำไปสู่แนวทางร่วมในการผลักดันมหาวิทยาลัยสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม

