
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) เข้าร่วมการประชุมภายใต้โครงการคณะทำงานหุ้นส่วนเชิงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของเอเปค (Policy Partnership on Science, Technology and Innovation: PPSTI) ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 17–19 กันยายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ (Technology Commercialization) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยประกอบด้วย 2 การประชุมสำคัญ ได้แก่ “APEC Policy Exchange Workshop for Technology Commercialization Professional Dialogue” เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 รวมทั้งได้เข้าร่วมการประชุม “2026 Sci-Tech Innovators Conference” ระหว่างวันที่ 18–19 กันยายน 2569

การประชุมดังกล่าวจัดโดย Zhongguancun Technology Managers Association ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเขตเศรษฐกิจเจ้าภาพหลัก โดยมีไทย ชิลี มาเลเซีย และเปรู เป็นเขตเศรษฐกิจร่วมสนับสนุน (Co-sponsoring Economies) มีผู้แทนจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย สมาคมวิชาชีพด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี และภาคเอกชนจากเขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค รวมทั้งเครือข่ายด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับนานาชาติ อาทิ Alliance of Technology Transfer Professionals (ATTP) และเครือข่าย Steinbeis เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนโยบาย การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรวิชาชีพ และกลไกความร่วมมือข้ามพรมแดน
ดร.นัทธมน สุวรรณพรหม นักพัฒนานโยบาย สอวช. ได้รับเชิญเป็นตัวแทนเขตเศรษฐกิจไทย และผู้บรรยายหลัก (Keynote Speech) นำเสนอในหัวข้อ “Future Trends and Technology Commercialization” และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองของไทยในเรื่อง “Policy Exchange on Technology Transfer and Commercialization in the APEC Region” โดยสะท้อนบทบาทของ สอวช. และ APEC CTF ในการใช้การคาดการณ์อนาคต (Foresight) สนับสนุนการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ Foresight ไม่เพียงช่วยระบุว่าเทคโนโลยีใดจะเกิดขึ้น แต่ยังชี้ว่าต้องเตรียมความพร้อมด้านใดบ้าง ทั้งตลาด กฎระเบียบ และขีดความสามารถ
ผลการกวาดสัญญาณ (Horizon Scanning) ของ สอวช. จากแพลตฟอร์ม NXPO Shaping Tomorrow ในกรอบเวลา ค.ศ. 2026–2034 พบแนวโน้มสำคัญ เช่น Quantum Computing ซึ่งมีผลกระทบสูงแต่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงควรเริ่มสร้างทรัพย์สินทางปัญญา บุคลากร และระบบผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ปัจจุบัน ข้อค้นพบสำคัญคือแนวโน้มส่วนใหญ่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่ครอบคลุมถึงกฎเกณฑ์และมาตรฐาน เช่น มาตรฐานจริยธรรมด้าน AI และกฎระเบียบด้านเทคโนโลยีสีเขียว การนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จึงต้องอาศัยทั้งการจัดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีและความพร้อมด้านกฎระเบียบควบคู่กัน
ดร.นัทธมน ยังยกตัวอย่างการประเมินความต้องการเทคโนโลยี (Technology Needs Assessment: TNA) ของไทยภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่ง สอวช. ในฐานะหน่วยงานประสานงานระดับชาติ (National Designated Entity: NDE) และผู้ประสานงานโครงการ ได้นำเครื่องมือ Foresight มาใช้ พร้อมกล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ในการปลดล็อกกฎหมายเพื่อส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมและปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านพระราชบัญญัติส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act) ซึ่งให้กรรมสิทธิ์ในผลงานวิจัยแก่ผู้รับทุนเพื่อเร่งการนำไปใช้ประโยชน์
สำหรับการประชุม 2026 Sci-Tech Innovators Conference ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 2026 Zhongguancun Forum Series เปิดเวทีให้สตาร์ทอัปด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์นำเสนอผลิตภัณฑ์และกรณีการใช้งานจริง เช่น มือหุ่นยนต์ที่มีความคล่องแคล่ว (Dexterous Hand) สำหรับ Embodied Intelligence และกล้อง 3 มิติ Mech-Eye ที่ทำงานร่วมกับ AI
การเข้าร่วมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ สอวช. และ ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค ในการสนับสนุนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในระดับภูมิภาค และการผลักดันการใช้ Foresight และกลไกเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก





