messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. ร่วมเวที Bangkok Climate Action Week 2026 แบ่งปันแนวคิดขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชูแนวทางพัฒนากำลังคน-เชื่อมนโยบาย แก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

สอวช. ร่วมเวที Bangkok Climate Action Week 2026 แบ่งปันแนวคิดขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ชูแนวทางพัฒนากำลังคน-เชื่อมนโยบาย แก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน

วันที่เผยแพร่ 14 ตุลาคม 2026 17 Views

ดร.ศรวณีย์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเพื่อความยั่งยืน สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเสวนาภายใต้ Bangkok Climate Action Week 2026 รวม 2 เวที เวทีแรกเสวนาในหัวข้อ Investing in Just Transition: Bridging the Climate Finance Gap for Vulnerable Groups จัดโดย Humanis Foundation และ MADANI Berkelanjutan ณ  Siam Creative Space ชั้น 3 Siam Discovery

การเสวนานี้มุ่งเน้นประเด็นความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Justice) โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ดร.ศรวณีย์, Nadia Hadad Executive Director of Madani, Farwiza Farhan Director of HaKa, Wicaksono Gitawan Program and Policy Manager CERAH, Asian People’s Movement on Debt and Development และดำเนินรายการโดย Arti Indallah Tjakranegara Programme Development Manager Climate Justice, Humanis

ดร.ศรวณีย์ กล่าวว่า ระบบนวัตกรรมของประเทศไทยได้เริ่มตั้งแต่เชิงโครงสร้าง (Institutional) ยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เชิงประเด็น และเชิงพื้นที่ รวมทั้งการออกแบบกลไกลักษณะการใช้งบประมาณจากกองทุน ทั้งทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่มีทุนหลายประเภทตามกลไกเฉพาะที่ออกแบบ อาทิ ทุนสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ งบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน เป็นต้น โดยมีหน่วยงานดำเนินการคือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นอกจากนี้ยังมีโครงการริเริ่มที่ทาง สอวช. ดำเนินการเพื่อเป็นเครื่องเร่งการใช้ อววน. เข้าไปจัดการและเชื่อมต่อการทำงาน โดยในทุกกระบวนการได้ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกขั้นตอน ตั้งแต่แผนจนถึงกระบวนการประชุมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนี้มีส่วนร่วมของชุมชนร่วมด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ (Key Stakeholders) เข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในบางประเด็นกลุ่มชุมชนเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าไปพัฒนาอาทิ การสนับสนุนให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) ผ่านการดำเนินงาน อาทิ Net Zero Campus และ Saraburi Sandbox ซึ่งมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (Public-Private Partnership: PPP) ให้มีความเข้มแข็งและสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ศรวณีย์ ยังได้ฝากประเด็นในมิติของหน่วยงานที่มองภาพใหญ่ในระดับนโยบายว่า การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) กับ Climate Justice นั้น ความสำเร็จของการดำเนินงานไม่ควรพิจารณาเพียงจำนวนโครงการที่สนับสนุนหรือวงเงินสนับสนุน (Grant) ที่จัดสรรไปเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความสำคัญของประเด็นปัญหาและผลกระทบของการดำเนินงานที่ตอบโจทย์ความต้องการและปัญหา โดยจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงระบบ (System Analysis) เพื่อทำความเข้าใจความเชื่อมโยงของปัจจัยต่าง ๆ ตลอดจนข้อจำกัดและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งคำนึงถึงวงจรนโยบาย (Policy Cycle) ตั้งแต่การกำหนดประเด็นปัญหา การออกแบบนโยบาย การนำไปปฏิบัติ ตลอดจนการติดตามประเมินผลและปรับปรุงนโยบายและแผนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

การขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมให้สามารถแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของชุมชนได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและการคำนึงถึงบริบทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ (Empathy) ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับพื้นที่และชุมชน เพื่อให้การออกแบบนโยบาย เทคโนโลยี และกลไกสนับสนุนต่าง ๆ สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริง นำไปสู่การพัฒนาระบบนวัตกรรมที่เชื่อมโยงการกำหนดนโยบายกับการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

สำหรับเวทีที่สอง เสวนาในหัวข้อ “Regional Coordination and Cross-Regional Solidarity for International Cooperation on Phasing Out of Fossil Fuels” จัดโดย Fossil Fuel Treaty Initiative, Climate Action Network Southeast Asia, Oxfam International Asia และ Asian Peoples’ Movement on Debt and Development ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพมหานคร

เวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศต่าง ๆ รับฟังมุมมองจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นการเตรียมการก่อนการประชุมระดับนานาชาติที่สำคัญ อย่างการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 31 (COP31) และการประชุม Second Conference on Transitioning Away from Fossil Fuels ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศตูวาลู ในปี 2570

ในช่วงการอภิปราย มีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับบริบทการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงข้อท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนา ความมั่นคงทางพลังงาน การเปลี่ยนแปลงของตลาดพลังงานโลก และผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อระบบพลังงานของหลายประเทศ ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีพลังงานสะอาด และแนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว เวทีอภิปรายดังกล่าวมีผู้แทนจากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ ศรีลังกา กัมพูชา อินโดนีเซีย และไทย โดยประเด็นสำคัญที่มีการหารือครอบคลุมการพัฒนาแผนงานการเปลี่ยนผ่านในระดับประเทศ การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และความร่วมมือพหุภาคีอื่น ๆ การระดมการลงทุนเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ตลอดจนแนวทางการสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การประชุม COP31 และการประชุมระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องในอนาคต

ดร.ศรวณีย์ ได้ร่วมนำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย โดยเน้นบทบาทของระบบ อววน. ในการสนับสนุนการพัฒนากำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานที่กระทรวง อว. รับผิดชอบ โดยมหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ พัฒนานวัตกรรม และถ่ายทอดแนวปฏิบัติสู่ชุมชนและท้องถิ่น

ดร.ศรวณีย์ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีพลังงาน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและทักษะสีเขียว (Green Skills) เพื่อรองรับเทคโนโลยีด้านพลังงานและการลดก๊าซเรือนกระจก อาทิ Small Modular Reactor (SMR) เทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (CCUS) และไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยภายใต้เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC 3.0)

เรื่องล่าสุด