messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. ร่วมเวทีนโยบายระดับนานาชาติ Korea-ASEAN CPE เสนอแนวทางปฏิรูปอุดมศึกษา ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสร้างกำลังคนแห่งอนาคต

สอวช. ร่วมเวทีนโยบายระดับนานาชาติ Korea-ASEAN CPE เสนอแนวทางปฏิรูปอุดมศึกษา ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและสร้างกำลังคนแห่งอนาคต

วันที่เผยแพร่ 21 กันยายน 2026 13 Views

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. ร่วมบรรยายหัวข้อ “Driving Higher Education Reform for National Development: Global Experiences and Lessons Learned” ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงด้านการศึกษาและอุดมศึกษาจากประเทศสมาชิกอาเซียน และสาธารณรัฐเกาหลี ในการประชุมนโยบายสาธารณะนานาชาติ 13th Korea–ASEAN Community of Policy Exchange (KACPE) International Public Policy Symposium ภายใต้หัวข้อ “Advancing National Development in ASEAN Transition Economies through Korea–ASEAN Strategic Partnership” ระหว่างวันที่ 17–18 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม Conrad Manila กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ จัดโดย UP Center for Integrative and Development Studies และ UP Korea Research Center แห่ง University of the Philippines ร่วมกับ Korea Research Initiatives แห่ง University of New South Wales ประเทศออสเตรเลีย และ The Korea Foundation สาธารณรัฐเกาหลี

KACPE เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างผู้กำหนดนโยบายระดับสูงระหว่างอาเซียนกับสาธารณรัฐเกาหลีที่เชื่อมโยงมุมมองจากภาครัฐ ภาคงานต่างประเทศ ภาควิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบาย โดยจัดขึ้นปีละ 1 ครั้งหมุนเวียนในประเทศในอาเซียน โดยครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ประกอบด้วย ระดับรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีของประเทศในอาเซียน ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ เอกอัครราชทูต นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี และออสเตรเลีย อาทิ Prof. Erwan Agus Purwanto (Deputy Minister of Administration and Bureaucratic Reform, Indonesia) Ambassador Lee Chul (Ambassador Mission of  the Republic of Korea to ASEAN)  U.Ko Ko.Hlaing (อดีต Union Minister, Ministry of The President;s Office, Myanmar) Mr.Nisith Keopanya (อดีต Vice Minister of Hime Affairs, Laos) และ Mr.Yonguk Kim (Executive Vice President, The Korea Foundation) เป็นต้น  เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการเสริมสร้างขีดความสามารถของภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงของภูมิภาค ตลอดจนการปฏิรูประบบอุดมศึกษาให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก

รศ.วงกต ได้นำเสนอเรื่อง “Higher Education as a Driver of National Development: Future Thailand” โดยได้ถ่ายทอดแนวทางการปฏิรูประบบอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศไทย ที่ทาง สอวช. กำลังดำเนินการ โดยเฉพาะการนำแนวคิด นโยบายนวัตกรรมที่มุ่งเน้นภารกิจ (Mission-Oriented Innovation Policy: MOIP) ของ OECD มาใช้ เพื่อให้การอุดมศึกษา งานวิจัย และนวัตกรรมของไทย เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการพัฒนากำลังคน สร้างนวัตกรรม และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในระยะยาว

รศ.วงกต กล่าวถึงความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วง COVID-19 เป็นต้นมา ช่องว่างด้านเทคโนโลยีและการลงทุน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ แรงกดดันจากต่างประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งล้วนส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและความต้องการกำลังคนของประเทศ การรับมือกับความท้าทายเหล่านี้จึงจำเป็นต้องปรับบทบาทของระบบอุดมศึกษาให้มีความยืดหยุ่น เชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจและสังคม และสามารถตอบสนองต่อโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างทันท่วงที

ในส่วนของการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของไทย รศ.วงกต ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้แนวคิด MOIP เพื่อกำหนดโจทย์สำคัญของประเทศ และเชื่อมโยงการทำงานระหว่างสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานวิจัย หน่วยบริหารและจัดการทุน ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และกำลังคน เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอเครื่องมือเชิงนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษา ได้แก่ การปรับบทบาทมหาวิทยาลัยให้มีพันธกิจและจุดแข็งที่แตกต่างกันตามบริบท การใช้ Higher Education Sandbox เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบและสนับสนุนหลักสูตรรูปแบบใหม่ การส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการเรียนรู้ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการยกระดับทักษะและปรับทักษะของกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่มีการหยิบยกมานำเสนอในครั้งนี้คือ STEMPlus แพลตฟอร์มนโยบายระดับประเทศสำหรับเชื่อมโยงความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรมกับการผลิตและพัฒนากำลังคนของสถาบันอุดมศึกษา ผ่านระบบจับคู่ความต้องการทักษะ การฝึกอบรมและการรับรองสมรรถนะ ตลอดจนมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับสถานประกอบการ โดยที่ผ่านมา STEMPlus มีส่วนสนับสนุนการพัฒนากำลังคนแล้วกว่า 451,137 คน สร้างงานใหม่ 13,075 ตำแหน่ง และก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 4.4 พันล้านบาท สะท้อนบทบาทของนโยบายอุดมศึกษาในการเชื่อมโยงการพัฒนาคนเข้ากับการยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

รศ.วงกต ยังได้เสนอแนวทางต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทย ประเทศสมาชิกอาเซียน สาธารณรัฐเกาหลี และเครือข่ายนานาชาติใน 4 ด้าน ได้แก่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านนโยบาย การพัฒนาและเคลื่อนย้ายกำลังคนทักษะสูง การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน และการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายที่ทุกประเทศกำลังเผชิญ ทั้งการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

การเข้าร่วมเวที KACPE ในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการเผยแพร่แนวทางการปฏิรูประบบอุดมศึกษาและการพัฒนากำลังคนของประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ พร้อมทั้งเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารระดับสูง สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานวิจัยจากอาเซียน สาธารณรัฐเกาหลี และออสเตรเลีย อันจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การเรียนรู้เชิงนโยบาย และการพัฒนาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้อุดมศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

Tags: #KACPE

เรื่องล่าสุด