messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. – คณะผู้แทนเยอรมนี ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาระบบนิเวศ AI เปิดโอกาสต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยี – กำลังคน – นวัตกรรม

สอวช. – คณะผู้แทนเยอรมนี ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาระบบนิเวศ AI เปิดโอกาสต่อยอดความร่วมมือด้านเทคโนโลยี – กำลังคน – นวัตกรรม

วันที่เผยแพร่ 4 กันยายน 2026 4 Views

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับคณะสมาชิกสภาแห่งรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (North Rhine-Westphalia) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้านการกำหนดนโยบายจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และองค์กรภาคีจากเยอรมนี ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและพบหารือ ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี)

การหารือครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศไทย ตลอดจนการดำเนินงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) พร้อมเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและสำรวจแนวทางความร่วมมือที่สามารถต่อยอดร่วมกันในอนาคต โดยมีผู้แทนจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ร่วมให้ข้อมูลและนำเสนอการดำเนินงานของประเทศไทย

ผู้แทนจาก สอวช. นำโดย รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. พร้อมด้วย ดร.ชโลธร บุญเหลือ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ดร.ปราณปรียา ศรีวรรณวิทย์ ลุนด์แบร์ย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ และ นายพีระ เชาวน์เฉลิมพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย สอวช. ร่วมนำเสนอภาพรวมระบบ อววน. ของประเทศไทย รวมถึงบทบาทของ สอวช. ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบายและกลไกเชื่อมโยงการขับเคลื่อนระหว่างภาคการอุดมศึกษา การวิจัย การพัฒนากำลังคน เทคโนโลยี นวัตกรรม และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ สอวช. นำเสนอ คือ การพัฒนากำลังคนทักษะสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของประเทศ โดยเฉพาะความต้องการบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะขั้นสูง อาทิ AI และ Machine Learning, Data Science และ Data Engineering, AI Engineering และ MLOps รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับความต้องการกำลังคนในอนาคต

สอวช. ยังได้นำเสนอ STEMPlus Platform ในฐานะกลไกระดับประเทศที่เชื่อมโยงความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรมเข้ากับระบบการพัฒนาทักษะและกำลังคน โดยครอบคลุมการจับคู่กำลังคนกับตำแหน่งงาน การ Upskill และ Reskill การร่วมออกแบบและพัฒนากำลังคนระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา ตลอดจนการฝึกอบรมและการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างกำลังคนที่มีทักษะพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในอนาคต

นอกจากนี้ สอวช. ได้นำเสนอทิศทางและโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเยอรมนีในประเด็นเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ อาทิ AI และหุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์และโฟโตนิกส์ เทคโนโลยีสีเขียว และเทคโนโลยีควอนตัม ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแลกเปลี่ยนนักวิจัยและบุคลากร การพัฒนากำลังคนระดับสูง และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ

ในด้านของคณะผู้แทนเยอรมัน นาง Franziska Müller-Rech สมาชิกสภาแห่งรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย จากพรรค Free Democratic Party (FDP) ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาด้าน “Artificial Intelligence – For a Smart State in a Digitalized Society” ของรัฐสภาแห่งรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนา ระบบนิเวศ AI ของรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้าง “ระบบ” ที่เชื่อมโยงจุดแข็งของมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล การถ่ายทอดเทคโนโลยี และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน มากกว่าการมุ่งพัฒนาศูนย์ AI เพียงแห่งเดียว โดยมีมหาวิทยาลัยและสถาบันสำคัญ รวมถึงเครือข่าย ร่วมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศดังกล่าว

คณะผู้แทนเยอรมันยังได้นำเสนอประสบการณ์ด้านการสร้าง Transfer Network เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยไปสู่ผู้ใช้และภาคธุรกิจ ผ่านเครือข่ายศูนย์กลางในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันตามจุดแข็งของแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะ Cyber Security, Digital Health, GreenTech, EnergyTech และการเชื่อมโยง Startup กับภาคธุรกิจและผู้ลงทุน

การหารือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งที่สามารถเกื้อหนุนกันของประเทศไทยและเยอรมนี โดยประเทศไทยมีทิศทางการพัฒนาระบบ ววน. การพัฒนากำลังคนทักษะสูง และการผลักดันการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่เยอรมนี โดยเฉพาะรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย มีประสบการณ์ในการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบนิเวศเดียวกัน ซึ่งการแลกเปลี่ยนครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน และเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายสามารถต่อยอดจากการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายไปสู่การพัฒนาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการวิจัยและเทคโนโลยี AI การพัฒนากำลังคนและการแลกเปลี่ยนนักวิจัย การเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการสนับสนุนการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต

เรื่องล่าสุด