(27 สิงหาคม 2569) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐ ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของ Government for Technology Transfer (GOTT) สหราชอาณาจักร ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า ซอยโยธี กระทรวง อว. โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวมอบนโยบาย และ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวรายงานที่มาและวัตถุประสงค์ของการขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีของหน่วยงานของรัฐและการผลักดันเศรษฐกิจใหม่ของประเทศผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา อว. ได้มีการหารือถึงแนวทางขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐในรูปแบบเดียวกับ GOTT ของสหราชอาณาจักร และได้มอบหมาย สอวช. เพื่อศึกษาข้อมูลและดำเนินงาน ซึ่งการจะริเริ่มขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงจากหน่วยงานที่มีการดำเนินงานมาก่อน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ GOTT ของสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ การประชุมในครั้งนี้ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้รวมตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยของไทยหลายหน่วยงานมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน โดยคาดหวังว่าหลังการประชุมจะทำให้เห็นภาพแนวทางการขับเคลื่อนให้เกิด GOTT ของประเทศไทยชัดเจนยิ่งขึ้น

ดร.สุรชัย กล่าวว่า สอวช. ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบาย ที่อยู่ระหว่างการจัดทำแผนของประเทศ เพื่อมุ่งพลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP) โดยการนำแนวคิด MOIP มาใช้สนับสนุนการจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศผ่านภารกิจแบบมุ่งเป้าหมายที่ชัดเจน และเชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ โดย (ร่าง) กรอบภารกิจดังกล่าว แบ่งเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ ออกเป็น 5 ด้าน หนึ่งในนั้นคือ การกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับฐานรากด้วยนวัตกรรม ถือเป็นกระดูกสันหลังที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง เน้นการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงงานเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรม
สอวช. ยังได้แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาและขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีสำหรับหน่วยงานของรัฐและศึกษาแนวทางการผลักดันเศรษฐกิจใหม่ของประเทศผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันออกแบบระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับนโยบายระดับประเทศ ทั้งนี้ สอวช. จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้กระทรวง อว. รวมถึงหน่วยงานวิจัยนอกกระทรวง อว. ด้วย

“ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการหารือร่วมกับ GOTT UK ในการประชุมครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลสำคัญให้คณะทำงานนำไปใช้ประกอบการออกแบบและกำหนดทิศทางเชิงนโยบายของ GOTT Thailand ควบคู่กับการวิเคราะห์ช่องว่างการพัฒนาหน่วยงานที่มีศักยภาพซึ่งจะใช้เป็นต้นแบบนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมต่อที่ประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และวางตำแหน่งการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศต่อไป” ดร.สุรชัย กล่าว

ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของสถาบันวิจัยของรัฐในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม” และประสบการณ์ดำเนินงานของ GOTT UK โดย Dr. Alison Campbell ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GOTT โดย Dr. Alison ได้เล่าให้เห็นภาพการทำงานของ GOTT UK ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการยกระดับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการถ่ายทอดเทคโนโลยีของหน่วยงานวิจัยภาครัฐ (Public Sector Research Organisations: PROs) โดยไม่ได้เข้าไปถือครองทรัพย์สินทางปัญญาแทนหน่วยงาน แต่ทำหน้าที่เสริมศักยภาพในส่วนที่แต่ละองค์กรยังขาด ตั้งแต่การค้นหาและประเมินศักยภาพของสินทรัพย์ทางความรู้ (Knowledge Assets) การสนับสนุนการพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) การให้คำปรึกษาด้าน IP และการพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนการสร้างทักษะและเครือข่ายของบุคลากรด้าน Technology Transfer

หัวใจสำคัญของโมเดล GOTT คือการสร้างแพลตฟอร์มแห่งชาติ (National Platform) และการสร้างขีดความสามารถหรือศักยภาพร่วม (Shared Capability) โดยไม่สร้างระบบขึ้นมาทำงานทับซ้อนกับศักยภาพที่มีอยู่ แต่ให้การสนับสนุนตามระดับความพร้อมและช่องว่างของแต่ละองค์กร ซึ่งจากประสบการณ์ของ GOTT UK พบว่าการพยายามสนับสนุนทุกหน่วยงานในระดับเดียวกันไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงปรับมามุ่งเน้นองค์กรที่มีความพร้อมและศักยภาพในการสร้างผลลัพธ์ โดยบางแห่ง GOTT ทำหน้าที่เพียงให้คำปรึกษาและเชื่อมเครือข่าย ขณะที่บางแห่งต้องเข้าไปช่วยพัฒนานโยบายและระบบ IP ตั้งแต่ต้น
ขณะเดียวกัน GOTT ยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมงานวิจัยกับ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการเพื่อให้งานวิจัยก้าวจากเทคโนโลยีไปสู่โอกาสในเชิงพาณิชย์ (Commercial Opportunity) โดยใช้เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญภายนอกมาสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจ (Business Development) การประเมินมูลค่า (Valuation) รวมถึงแนวคิดผู้ประกอบการในองค์กร (Entrepreneur in Residence) ผ่านการนำผู้มีประสบการณ์ทางธุรกิจเข้ามาช่วยพัฒนาข้อเสนอทางธุรกิจ (Business Proposition) และ Spin-out ตลอดจนการเชื่อมโยงกับเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโอกาสทางธุรกิจของงานวิจัยด้วย

ประสบการณ์ของสหราชอาณาจักรจึงชี้ว่า การสร้างระบบ Technology Transfer ที่เข้มแข็งไม่ใช่เพียงเรื่องของเงินทุน แต่ต้องดำเนินการควบคู่กันทั้ง “Minds, Metrics and Money” ได้แก่ การสร้างวัฒนธรรมที่พร้อมรับความเสี่ยง การกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนผลลัพธ์จริง และการมีเงินทุนสนับสนุนในช่วงสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยี บทเรียนดังกล่าวเป็นแนวทางสำคัญต่อการพัฒนา GOTT Thailand ให้เป็น National Technology Transfer Platform ที่เชื่อมและเสริมศักยภาพของสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเร่งเปลี่ยนองค์ความรู้และผลงานวิจัยของภาครัฐไปสู่การใช้ประโยชน์ และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดย สอวช. อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบความเป็นไปได้ในการส่งเสริมและผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยีของหน่วยงานรัฐ ซึ่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การดำเนินงานจริงของ GOTT UK ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ในการเดินหน้าโครงการของประเทศไทยให้บรรลุผลสำเร็จต่อไป





