messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. เผยแนวทางใช้ Digital Foresight ร่วมกำหนดนโยบายประเทศ รับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต

สอวช. เผยแนวทางใช้ Digital Foresight ร่วมกำหนดนโยบายประเทศ รับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต

วันที่เผยแพร่ 26 สิงหาคม 2026 13 Views

(26 สิงหาคม 2569) ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ Executive Director of APEC Center for Technology Foresight (ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Digital Foresight” ภายใต้หลักสูตร AI STRATEGY MANAGEMENT จัดโดย มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (IRDP) ณ โรงแรมเดอะแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ หลักสูตรนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพในการเป็นผู้นำของผู้บริหารระดับสูง และสร้างความเข้าใจการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับมุมมองเชิงบริหารการวางกลยุทธ์ AI โดยผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร ประกอบด้วย ผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน

ดร.สุรชัย กล่าวถึงโครงสร้างภาพรวมของกระทรวง อว. ที่ประกอบด้วยหน่วยราชการระดับกรม รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานในกำกับ และองค์การมหาชน รวมถึงสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นส่วนราชการ โดย สอวช. อยู่ในกลุ่มหน่วยงานของรัฐในกำกับกระทรวง อว. มีหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางด้านนโยบาย ที่มีบทบาทสำคัญในการวางแผน กำหนดทิศทางและผลักดันนโยบายระดับชาติในด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศไทย

สอวช. ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ตั้งของศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) ที่ก่อตั้งในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดย APEC CTF เป็นหน่วยงานเชี่ยวชาญแห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากทั้ง APEC และรัฐบาลไทย มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการกำหนดนโยบาย โดยใช้เครื่องมือคาดการณ์อนาคต (Foresight) เข้ามาสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย สร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่าย APEC และพันธมิตรระหว่างประเทศ พัฒนาศักยภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้เครื่องมือ กระบวนการ Foresight และมุมมองอนาคตเชิงยุทธศาสตร์ ใช้การคาดการณ์อนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง

ดร.สุรชัย ได้ชี้ให้เห็นถึงเทรนด์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตและเน้นย้ำว่า กลยุทธ์ที่ดีไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจากการเข้าใจสัญญาณว่าอนาคตกำลังเปลี่ยนไปทางไหน ซึ่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงนั้นมีทั้งเทคโนโลยีที่เกิดใหม่ แนวโน้มเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค สิ่งแวดล้อมและสังคม นโยบายและกฎระเบียบ โดย Digital Foresight จะช่วยให้ผู้บริหารไม่เพียงแต่ “ตามเทคโนโลยีให้ทัน” แต่สามารถเลือกอนาคตที่องค์กรควรสร้างได้

ดร.สุรชัย ฉายภาพให้เห็นเทรนด์ของ AI และธุรกิจในช่วงปี ค.ศ. 2026-2030 ที่เทคโนโลยี AI และดิจิทัลกำลังพัฒนาจากการประยุกต์ใช้ในระยะใกล้ไปสู่เทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Technologies) ที่มีผลกระทบสูงในอนาคต AI และดิจิทัล จะสร้างผลกระทบต่อหลายมิติ อาทิ กฎระเบียบ ข้อมูลความเชื่อมั่น และความเสี่ยงด้านกำลังคน รวมถึงกระบวนการทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล นอกจากนี้ AI ยังกำลังเข้ามามีบทบาทในการจัดทำนโยบาย โดยใช้ AI ช่วยสแกนสัญญาณอนาคต วิเคราะห์แนวโน้มและสนับสนุนการกำหนดนโยบาย

สำหรับแนวคิดการมองอนาคต ดร.สุรชัย ได้ยกแนวทาง Future Cone ที่ทำให้มองเห็นภาพว่า จากจุดที่เราอยู่ในปัจจุบันจะสามารถสร้างให้เกิดอนาคตในรูปแบบใดได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น อนาคตที่คาดการณ์ได้ (Projected Future) เป็นภาพอนาคตจากแนวโน้มเดิม อนาคตที่มีเหตุผล (Plausible) อยู่บนฐานความรู้ปัจจุบัน อนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น (Possible) อาศัยองค์ความรู้อนาคต อนาคตที่เป็นไปไม่ได้ (Preposterous) สิ่งที่วันนี้ดูว่าเป็นไปไม่ได้ อนาคตที่เป็นไปได้มากที่สุด (Probable) อนาคตที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด และอนาคตที่ต้องการ (Preferable) อนาคตที่เราอยากให้เกิด

“Foresight ไม่ใช่การทำนายแต่คือแนวคิดเชิงกลยุทธ์ เป็นการสำรวจความเป็นไปได้ของอนาคต มองสัญญาณ แนวโน้ม ตัวขับเคลื่อน และความไม่แน่นอน โดยจะมีการตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์ ช่วยให้เห็นความเสี่ยง โอกาส และทางเลือก เพื่อเตรียมพร้อมและออกแบบอนาคตที่ต้องการ” ดร.สุรชัย กล่าว

ขั้นตอนหลักของการทำ Foresight ประกอบด้วย 1. การสแกนสัญญาณอนาคต (Horizon Scanning) 2. การวางฉากทัศน์อนาคต (Scenario Planning) และ 3. การกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ (Strategic Direction) โดยกรอบการเลือกใช้เครื่องมือ Foresight จะต้องเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับปัญหา ระดับความไม่แน่นอน และวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์อนาคต แบ่งเป็น 1. แบบอิงหลักฐาน (Evidence-Based) ใช้ข้อมูลจริง สถิติ และหลักฐานเชิงประจักษ์ จุดเด่นคือ มีผลลัพธ์ชัดเจน วัดได้ และเชื่อถือได้ 2. แบบเน้นความคิดสร้างสรรค์ (Creativity-Based) ใช้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และการตั้งคำถามใหม่ กระตุ้นจินตนาการและการคิดนอกกรอบ 3. แบบอาศัยผู้เชี่ยวชาญ (Expertise-Based) ใช้ความรู้ ประสบการณ์ และวิจารณญาณของผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและความรู้เฉพาะด้าน และ 4. แบบเน้นการมีส่วนร่วม (Interaction-Based) เปิดพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วมและมุมมองที่หลากหลาย ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน ซึ่งแนวทางที่ดีที่สุดคือการผสมผสานการใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับระดับความไม่แน่นอนและธรรมชาติของโจทย์ที่กำลังวิเคราะห์

ดร.สุรชัย ยังได้ชี้ให้เห็นว่า ดิจิทัลและ AI จะเข้ามาเสริมกระบวนการ Foresight ตั้งแต่ขั้นตอนการสแกนข้อมูลที่มาจากหลายแหล่ง ช่วยตรวจจับสัญญาณอ่อนตั้งแต่เนิ่น ๆ จัดกลุ่มและสรุปแนวโน้มสำคัญ เปรียบเทียบข้อมูลจากหลากหลายสาขาและหลายบริบท รวมถึงช่วยสร้างภาพรวมและแสดงแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่ง สอวช. ก็ได้ใช้ AI ในการทำงาน Foresight และอยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มของเราเอง โดยการใช้ AI Tools จะช่วยขยายขอบเขตการมองเห็นสัญญาณ ทำให้ช่วยมองอนาคตได้รอบด้านขึ้น และสนับสนุนการตัดสินใจได้ดีขึ้น

ดร.สุรชัย ยังได้กล่าวถึงการจัดตั้งภาคีเครือข่ายการคาดการณ์อนาคตแห่งประเทศไทย (Thailand Foresight Alliance) ซึ่งมีสมาชิกเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการคาดการณ์อนาคตของไทย รวม 12 หน่วยงาน ที่จะร่วมขับเคลื่อนกำหนดทิศทางนโยบายที่ตอบโจทย์อนาคตของประเทศ และสร้างให้มีระบบนิเวศการคาดการณ์อนาคต โดยเป็นการเชื่อมความเชี่ยวชาญจากหน่วยงานนโยบาย สถาบันการศึกษา ภาควิจัย และผู้เชี่ยวชาญข้ามสาขา เพื่อร่วมกันแปลงสัญญาณอนาคตสู่ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศต่อไป

เรื่องล่าสุด