(6 สิงหาคม 2569) ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “นโยบายการสร้างนวัตกรรมแบบมุ่งภารกิจ Mission – Oriented Innovation Policy (MOIP) เพื่อขับเคลื่อนประเทศ” ภายใต้หลักสูตรการพัฒนาผู้จัดการงานวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม ด้านนโยบาย รุ่นที่ 3 (Research Development and Innovation Manager for Policy: RDI MAP 3) จัดโดย สถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ณ ห้อง X04AB ชั้น 10 อาคาร KX

ดร.สุรชัย กล่าวถึงสถานการณ์ของประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับวิกฤติขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว GDP ของประเทศขยายตัวอยู่ที่ระดับไม่เกิน 2% ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567-2568 โดยในปี 2569 ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า GDP จะโตเพียง 1.6% ขณะเดียวกันผลิตภาพแรงงานก็ลดลงเช่นกัน ด้านความสามารถในการแข่งขัน พบว่าอันดับความสามารถในการแข่งขัน IMD ของไทยในปี 2569 อยู่ในอันดับที่ 26 ตามหลังสิงคโปร์และมาเลเซียหลายอันดับ และอันดับของไทยในมิติด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีลดลงถึง 7 อันดับ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการแบ่งแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการส่งออกของไทยที่พึ่งพาตลาดสหรัฐอเมริกาและจีน รวมกันสูงถึง 33% ของการส่งออกทั้งหมด ความขัดแย้งระหว่างประเทศจึงส่งผลกับตลาดส่งออก วัตถุดิบ พลังงาน เส้นทางขนส่ง และการเข้าถึงเทคโนโลยี อีกทั้งยังกระทบโดยกฎเกณฑ์ มาตรฐานการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้นโดยตรงด้วย ในด้านความท้าทายภายในประเทศ ไทยเผชิญทั้งวิกฤติประชากร ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและภูมิภาค ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีความซับซ้อน และเชื่อมโยงกันหลายมิติ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการร่วมกันรับมือและแก้ปัญหา และจำเป็นต้องนําหลักการ Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP) มาช่วยในการรับมือความท้าทาย

ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่าหลักการของ MOIP คือการเปลี่ยนโจทย์ใหญ่ของประเทศ ดูว่าอะไรที่เป็นปัญหา และหยิบโจทย์นั้นมาแปลงเป็นภารกิจที่ชัดเจนขึ้น โดยใช้การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) มาช่วยในการแก้ปัญหา และจะต้องกำหนดเป้าหมายที่ท้าทายและเป็นรูปธรรม มีกรอบเวลากำหนดชัดเจน จากนั้นเมื่อตั้งเป้าแล้วจะต้องจัดทำชุดโครงการนวัตกรรม (Portfolio of Innovation) ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหา และขับเคลื่อนภารกิจ โดยจะต้องใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่หลากหลาย (Policy Mix) เพื่อเข้ามาตอบโจทย์ปัญหาได้อย่างครอบคลุม

หลักเกณฑ์ในการกำหนดภารกิจจะต้องดึงดูดความสนใจของสาธารณชน มีทิศทางที่ชัดเจน ระบุเป้าหมายที่วัดผลได้และมีกรอบเวลาท้าทายแต่น่าเชื่อถือ กระตุ้นให้เกิดการวิจัยและนวัตกรรมใหม่ ๆ ข้ามศาสตร์และข้ามอุตสาหกรรม (Cross-sectoral) และขับเคลื่อนด้วยทางแก้ที่หลากหลาย (Multiple Bottom-up Solutions) เปิดกว้างสำหรับการทดลอง โดย ดร.สุรชัย ยกตัวอย่างโครงการที่ใช้แนวทาง Mission Approach ในอดีต คือโครงการ Apollo ที่เป็นการระดมสรรพกำลังข้ามอุตสาหกรรมเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ทั้งการทำชุดอวกาศทนความร้อน ระบบนำทางและซอฟท์แวร์ ระบบถนอมอาหาร อาหารสำหรับนักบินอวกาศ รวมถึงยังได้ยกตัวอย่างประเทศที่นำหลักการ MOIP ไปใช้ในแผนระดับชาติหรือระดับโปรแกรม อาทิ เนเธอแลนด์ เยอรมนี ไอร์แลนด์ ชิลี ไต้หวัน ที่การออกแบบนโยบายในแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริบทและประเด็นมุ่งเน้นของแต่ละประเทศ แต่ส่วนสำคัญคือทุกประเทศมีการทำงานข้ามหน่วยงาน มีการใช้ชุดเครื่องมือที่หลากหลาย และมีการบริหารจัดการ Portfolio
ดร.สุรชัย กล่าวถึงการประยุกต์ใช้หลักการ MOIP ในกรอบ อววน. ปี 2571-2575 ที่มีการเปลี่ยนผ่านจากกรอบยุทธศาสตร์กว้างสู่ “ภารกิจที่เป็นรูปธรรม” เน้นการนำ อววน. ไปแก้ปัญหาโจทย์ประเทศและสร้างโอกาสใหม่ มีการกำหนดเป้าหมายชัด มีแนวทางการแก้ปัญหาที่ยืดหยุ่น ใช้แนวทาง Mission Portfolio ในการบริหารเป็นชุดโครงการ เพื่อให้สามารถปรับหรือลดการบริหารทรัพยากรได้ มีเป้าหมายที่เน้น Mission Outcomes มีกรอบเวลาแน่นอน และทำงานบูรณาการโดยมีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน
สำหรับ (ร่าง) กรอบภารกิจ อววน. ปี 2571-2575 แบ่งเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ (Mission Area) ออกเป็น 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคเศรษฐกิจสีเขียว 2. สร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีและลดการพึ่งพาจากภายนอก 3. กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับฐานรากด้วยนวัตกรรม 4. ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างมูลค่าจาก Longevity Economy และ 5. ออกแบบเมืองและภูมิภาคน่าอยู่ ยืดหยุ่น และเติบโตร่วมกัน โดยมีเทคโนโลยีฐานสนับสนุนภารกิจ (Enabling Technology) ได้แก่ 1. โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล 2. เซมิคอนดักเตอร์ 3. เทคโนโลยีชีวภาพและชีววิทยาสังเคราะห์ และ 4. วัสดุขั้นสูง ซึ่งจะมีกลไกเชิงระบบหนุนทุกภารกิจยุทธศาสตร์ (Cross-Cutting Mission) ในการเตรียมพร้อมทั้งด้านกําลังคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านความรู้
ดร.สุรชัย ยังได้กล่าวถึงหลักการออกแบบนโยบายตามแนวคิด MOIP ที่เริ่มจากการที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันออกแบบภารกิจ ที่มีทิศทาง ภารกิจ เป้าหมาย และกรอบเวลาที่ชัดเจน รวมทั้งมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการได้ตามความไม่แน่นอนและบริบทที่เปลี่ยนไป วัดได้ มีความทะเยอทะยานแต่เป็นไปได้ จากนั้นเชื่อมโยงและบูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง ศาสตร์สาขา และภาคส่วนต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานในแต่ละระดับ รวมทั้งต้องมีการกำหนดโครงสร้างการกำกับดูแล (Governance Structure) และภาวะผู้นำ (Leadership) มีการใช้ชุดเครื่องมือเชิงนโยบาย/มาตรการ/แหล่งทุนที่หลากหลายและเหมาะสม มีการบริหารจัดการ Mission Portfolio และมีการประเมิน เพื่อเรียนรู้และปรับปรุงนโยบายเพื่อการใช้งานจริงได้อย่างเหมาะสมต่อไป


