messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. จับมือ มช. พัฒนาระบบฐานข้อมูลวิจัย Soft Power หนุนเข้าถึงองค์ความรู้ 5F พร้อมเปิดเวทีฟังเสียง SMEs ร่วมออกแบบฐานข้อมูลมุ่งสู่การพลิกโฉมธุรกิจ เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

สอวช. จับมือ มช. พัฒนาระบบฐานข้อมูลวิจัย Soft Power หนุนเข้าถึงองค์ความรู้ 5F พร้อมเปิดเวทีฟังเสียง SMEs ร่วมออกแบบฐานข้อมูลมุ่งสู่การพลิกโฉมธุรกิจ เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

วันที่เผยแพร่ 11 พฤษภาคม 2026 34 Views

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น (Focus Group) และเปิดตัวแนวคิดระบบฐานข้อมูล Soft Power ภายใต้ “โครงการจัดทำฐานข้อมูลงานวิจัยด้าน Soft Power เพื่อผู้ประกอบการ SMEs” เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมเดอะวัน บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมไอบิส สไตล์ กรุงเทพ รัชดา และผ่านระบบออนไลน์ โดยมี รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเปิดงาน ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำไปพัฒนาฐานข้อมูลและระบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะใน 5 กลุ่ม Soft Power (5F) ได้แก่ Food, Film, Fashion, Fighting และ Festival พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและแนวทางการประยุกต์ใช้ Soft Power ในบริบทเศรษฐกิจสร้างสรรค์

รศ.วงกต กล่าวว่า ปัจจุบัน Soft Power ได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร วัฒนธรรม การท่องเที่ยว ศิลปะสร้างสรรค์ หรืออุตสาหกรรมบันเทิง ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งของประเทศไทย และมีศักยภาพในการต่อยอดสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในปัจจุบัน คือการทำให้องค์ความรู้และงานวิจัยที่มีอยู่จำนวนมาก สามารถเข้าถึงและถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย

สอวช. ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบาย จึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างภาคการวิจัย ภาครัฐ และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และตรงกับความต้องการ การจัดประชุมในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเท่านั้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมออกแบบฐานข้อมูลงานวิจัยด้าน Soft Power ที่จะสามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคธุรกิจ โดยอาศัยข้อเสนอแนะและมุมมองจากผู้ใช้งานจริง

การประชุมระดมความเห็นในครั้งนี้มีใจความหลักสำคัญ 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. SMEs ที่เป็นศูนย์รวมการจ้างงานในชุมชน ศูนย์รวมการผลิต การบริการ การท่องเที่ยว รวมถึงการถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชน ถือเป็นกลุ่มคนที่เป็นกำลังหลักในการช่วยขับเคลื่อนประเทศ และสร้างผลบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 2. ฐานข้อมูล หรือ Database ที่รวบรวมมาจากข้อมูลเดิมที่มีอยู่ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งฐานข้อมูลนี้จะมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ประกอบการ จึงต้องอาศัยการรวบรวมข้อคิดเห็นจากผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งจะเป็นผู้ใช้งานหลัก ว่าต้องการข้อมูลรูปแบบใด และต้องการให้มีการจัดระเบียบข้อมูลอย่างไรบ้างเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงของผู้ใช้งาน ช่วยให้ SMEs สามารถนำข้อมูลจากฐานข้อมูลนี้ไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการประกอบธุรกิจได้ และ 3. งานวิจัย ต้องมองถึงการเชื่อมโยงงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยจะต้องสามารถสื่อสารข้อมูลให้กลุ่ม SMEs เข้าใจได้ ฐานข้อมูลที่จะเกิดจากการวิจัยเหล่านี้จึงต้องพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ SMEs ได้มากที่สุด

“หากเราสามารถเชื่อมโยงข้อมูล งานวิจัย และผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ SMEs ไทย และผลักดัน Soft Power ของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” รศ.วงกต กล่าว

ภายในงานยังได้มีการบรรยายสรุปแนวทางของโครงการและทิศทางการดำเนินโครงการในอนาคต โดย ผศ. ดร.ชัชวาลย์ ชัยชนะ รองคณบดี ฝ่ายบริหารวิจัย นวัตกรรมและบริการวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้จัดการโครงการ ซึ่งภาพรวมโครงการเริ่มตั้งแต่การรวบรวมงานวิจัย Soft Power จากข้อมูลสถาบันการศึกษาทั่วประเทศคัดกรองให้อยู่ในกรอบ 5F จำนวน 52,087 งานวิจัย จากนั้นเป็นการสัมมนารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ โดยเชิญ SMEs ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในกลุ่ม 5F เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นการใช้งานเว็บไซต์ฐานข้อมูลงานวิจัย เพื่อนำไปปรับปรุงระบบ พัฒนาเว็บไซต์ฐานข้อมูลให้ตอบโจทย์การใช้งานมากยิ่งขึ้น ก่อนจะมีการจัดประชุมอบรมออนไลน์เพื่อทดลองใช้งานเว็บไซต์อีกครั้งและนำไปพัฒนาต่อยอด โดยคาดว่าจะสามารถเผยแพร่เว็บไซต์ฐานข้อมูลฉบับสมบูรณ์ที่ใช้งานได้จริงในช่วงเดือนมกราคม 2570

นอกจากนี้ ได้มีการบรรยาย “ทิศทาง Soft Power ไทย ในมิติวัฒนธรรมสู่การพัฒนาประเทศ” โดย นายปรัชญา ศรีสัตยเสถียร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อให้เห็นภาพรวมและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ Soft Power และแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของ Soft Power ไทย พร้อมกับโอกาสในการสร้างมูลค่าในระดับสากล รวมถึงยังมีการบรรยายในหัวข้อ “จากงานวิจัยสู่รายได้: กรณีตัวอย่างการใช้ Soft Power ในธุรกิจจริง” โดย ดร.ศันสนีย์ กระจ่างโฉม สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยให้เห็นถึงตัวอย่างการต่อยอดองค์ความรู้ผ่านการนำ Soft Power เข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจและช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไปพร้อมกัน

ด้าน ผศ. ดร.พฤษภ์ บุญมา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Specialist) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำเสนอและทดสอบการใช้งานระบบค้นหางานวิจัย Soft Power สำหรับ SMEs โดยระบบฐานข้อมูลที่จัดทำขึ้นในเบื้องต้นจะแบ่งมุมมองการค้นหางานวิจัยออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ แผนที่แสดงผลรายพื้นที่ (แบ่งตามจังหวัด) ค้นหาจากการแบ่งกลุ่มธุรกิจ 5F และค้นหาผ่านคำสำคัญ (Keywords) ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลงานวิจัยที่แสดงให้เห็นศักยภาพในเชิงพื้นที่ได้

ทั้งนี้ ในงานได้จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น “ร่วมออกแบบฐานข้อมูลที่ SMEs ใช้ได้จริง” เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าร่วมการประชุมได้แลกเปลี่ยน ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ซึ่งคณะทำงานจะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปใช้พัฒนาปรับปรุงฐานข้อมูลเว็บไซต์ ให้พร้อมต่อการใช้งานจริงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เรื่องล่าสุด