messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » กระทรวง อว. โดย สอวช. จัดประชุมคณะทำงานภาคการจัดการทรัพยากรน้ำ และภาคการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้โครงการ TNA ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย

กระทรวง อว. โดย สอวช. จัดประชุมคณะทำงานภาคการจัดการทรัพยากรน้ำ และภาคการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้โครงการ TNA ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย

วันที่เผยแพร่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 20 Views

(23 กุมภาพันธ์ 2569) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดการประชุมคณะทำงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) ภายใต้โครงการ Thailand Technology Needs Assessment (TNA) ฉบับที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เพื่อสนับสนุนการประเมินความต้องการเทคโนโลยีของประเทศไทยในการรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งประชาชาติ (UNEP) เป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินการ โดยการประชุมแบ่งเป็น 2 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ ภาคการจัดการทรัพยากรน้ำ ในภาคเช้า และภาคการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ในภาคบ่าย ณ ห้องประชุมหว้ากอ 1 สอวช. อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในบริบทที่ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น โดยเฉพาะในมิติ “การปรับตัว” (Adaptation) ซึ่งหมายถึงการปรับตัวของประเทศและสังคมเพื่อลดความเปราะบางและเพิ่มความสามารถในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคตที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง การปรับตัวและการรับมือผลกระทบดังกล่าว จึงมีความสำคัญส่งผลถึงมิติความมั่นคงของประเทศ ครอบคลุมทั้งความมั่นคงด้านน้ำ สุขภาพ ความปลอดภัยของชุมชนและเมือง ตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ ประเทศไทยได้มีการกำหนดแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan: NAP) และจำเป็นต้องเร่งรัดในการคัดเลือกและผลักดันเทคโนโลยีที่เหมาะสมอย่างเป็นระบบและทางการ เพื่อสะท้อนความต้องการด้านเทคโนโลยีของประเทศสู่เวทีระหว่างประเทศผ่านรายงานของประเทศไทย อันจะนำมาซึ่งโอกาสในการขอรับการสนับสนุนทางการเงิน การพัฒนาศักยภาพ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีในอนาคต

การประชุมดังกล่าวนำโดย รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. ประธานคณะทำงานทั้งภาคการจัดการทรัพยากรน้ำและภาคการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของรายงาน TNA ต่อประเทศไทย และบทบาทของคณะทำงานชุดต่าง ๆ ในการสนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิค เพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถจัดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีด้านการปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับบริบทประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ซึ่งกำหนดกรอบดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น พ.ศ. 2566–2570 (ค.ศ. 2023–2027) ระยะกลาง พ.ศ. 2571–2575 (ค.ศ. 2028–2032) และระยะยาว พ.ศ. 2576–2580 (ค.ศ. 2033–2037) เพื่อให้การคัดเลือกเทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและนำไปสู่การขยายผลในระดับพื้นที่และระดับประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ คณะทำงานมีผู้แทนจากภาคส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างครบถ้วน อาทิ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสถาบันการเงิน และภาควิชาการ เพื่อร่วมพิจารณา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการคัดเลือกเทคโนโลยีสำคัญในแต่ละภาคส่วน


สำหรับสาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณารายการเทคโนโลยีเบื้องต้น (Longlist) สำหรับภาคการจัดการทรัพยากรน้ำ และภาคการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมดำเนินการจัดลำดับความสำคัญตามเกณฑ์มาตรฐานที่ UNEP กำหนด และเปิดรับข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อนำไปปรับปรุงและสังเคราะห์เป็นรายการเทคโนโลยีลำดับต้น (Shortlist) สำหรับใช้ดำเนินงานในขั้นตอนถัดไป

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวถือเป็นการประชุมครั้งแรกของกลุ่มเทคโนโลยีด้านการปรับตัว ภายใต้โครงการ TNA ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้าคัดเลือกเทคโนโลยีที่มีศักยภาพและเหมาะสมกับบริบทประเทศ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย และเตรียมนำผลการประชุมเสนอเข้าสู่คณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการประเมินความต้องการเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต่อไป

เรื่องล่าสุด