สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน). ครั้งที่ 90 (The 90th Meeting of the ASEAN Committee on Science, Technology and Innovation: COSTI-90) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 13–15 ตุลาคม 2569 ณ เมืองดานัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Ministry of Science and Technology: MST) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือด้าน วทน. ของอาเซียน ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการอาเซียนด้าน วทน. (ASEAN Plan of Action on Science, Technology and Innovation: APASTI) 2026–2035 ตลอดจนพัฒนากลไกสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมคณะที่ปรึกษาคณะกรรมการอาเซียนด้าน วทน. ครั้งที่ 21 (The 21st Meeting of the Board of Advisers to the ASEAN Committee on Science, Technology and Innovation: BAC-21) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ดร.ปราณปรียา ศรีวรรณวิทย์ ลุนด์แบร์ย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส และ ดร.ดวงกมล พิหูสูตร ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย ฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ สอวช. เข้าร่วมการประชุมในฐานะผู้แทนประเทศไทย ในนามของ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เพื่อร่วมพิจารณาประเด็นเชิงนโยบายและจัดทำข้อเสนอแนะต่อที่ประชุม COSTI-90 โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอาเซียน (ASEAN Science, Technology and Innovation Fund: ASTIF) การติดตามความก้าวหน้าการเปิดรับข้อเสนอโครงการ ASTIF Call 2026 การพัฒนากลไกพิจารณาและติดตามโครงการภายใต้ Annual Milestone Deliverables (AMD) ตลอดจนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผน APASTI 2026–2035

ในการประชุม BAC-21 ที่ประชุมได้หารือแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุน ASTIF เพื่อให้สามารถสนับสนุนโครงการความร่วมมือด้าน วทน. ที่ตอบโจทย์ความท้าทายของภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อเสนอแนะต่อ COSTI ให้พิจารณาปรับรอบการเปิดรับข้อเสนอโครงการ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสะสมผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุน และมุ่งเน้นการสนับสนุนโครงการที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบในระดับภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการดำเนินงาน ASTIF Call 2026 ภายใต้หัวข้อ “ASEAN Grand Challenge: AI-Enabled Competitive and Resilient Region” โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดระยะเวลาการยื่นข้อเสนอโครงการที่ชัดเจน ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ผู้ประสานงานระดับประเทศ (National Focal Points: NFPs) สามารถตรวจสอบข้อเสนอโครงการในเบื้องต้นให้มีความครบถ้วนก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณา อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการพัฒนากรอบการดำเนินงาน ASEAN STI Partnership Contributions ซึ่งเป็นกลไกสำหรับรายงานการสนับสนุนกิจกรรมและโครงการความร่วมมือด้าน วทน. ของประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งในรูปแบบเงินทุนและการสนับสนุนที่ไม่ใช่ตัวเงิน ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับแผน APASTI 2026–2035 เพื่อสะท้อนบทบาทและการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกในการขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาค รวมถึงสนับสนุนการติดตามและประเมินผลผ่านระบบ APASTI Monitoring and Evaluation Dashboard นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าการจัดตั้งคณะผู้ประเมินข้อเสนอโครงการ (Project Appraisal Group: PAG) ซึ่งมีบทบาทในการประเมินข้อเสนอโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุน ASTIF โดยข้อเสนอแนะและประเด็นสำคัญจากการประชุม BAC-21 ได้ถูกนำเสนอเพื่อพิจารณาต่อในการประชุม COSTI-90

สำหรับการประชุม COSTI-90 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–15 ตุลาคม 2569 คณะผู้แทนประเทศไทยนำโดย ศ. ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. เข้าร่วมการประชุมกับผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อพิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินงานตามมติ COSTI-89 และข้อเสนอแนะจากการประชุม BAC-21 รวมถึงรับทราบผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการภายใต้ COSTI (COSTI Sub-Committees: SCs) ทั้ง 5 คณะ และความก้าวหน้าของโครงการสำคัญภายใต้ APASTI 2026–2035 อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลสมรรถนะสูง (High-Performance Computing: HPC) การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้านสุขภาพ และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการขยายความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาและองค์กรระหว่างประเทศ โดยประเทศไทยในฐานะผู้ประสานงาน (Country Coordinator) ของความร่วมมืออาเซียน–สาธารณรัฐเกาหลี (ASEAN–Republic of Korea: ASEAN–ROK) ในปี 2569 มีบทบาทในการติดตามความก้าวหน้าภายใต้ ASEAN–ROK STI Workplan 2025–2027 ซึ่งครอบคลุมการพัฒนากำลังคน การวิจัยร่วม และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านเซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาคผ่านการจัดงาน ASEAN Semiconductor Forum 2026 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศเซมิคอนดักเตอร์ เชื่อมโยงศักยภาพของประเทศสมาชิกด้านกำลังคน การวิจัยและพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและความเข้มแข็งของห่วงโซ่คุณค่าเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน

การเข้าร่วมการประชุม BAC-21 และ COSTI-90 ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของ สอวช. ในการสนับสนุนการกำหนดทิศทางนโยบายและพัฒนากลไกความร่วมมือด้าน วทน. ของอาเซียน โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรและกลไกสนับสนุนโครงการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ การเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศสมาชิก และการส่งเสริมความร่วมมือกับภาคีระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผน APASTI 2026–2035 ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ความยืดหยุ่น และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว