จากสมุดปกขาวสู่มาตรฐานชาติ ! สอวช. ผนึกกำลังติดปีกธุรกิจไทยด้วยมาตรฐาน “GEI” ปลดล็อกโอกาสการค้าโลก
สร้างห่วงโซ่คุณค่าตลอดซัพพลายเชน![]()

เคยสงสัยไหม? ทำไมเทรนด์ “ธุรกิจสีเขียว” ถึงไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือ “ทางรอด” และโอกาสเติบโตในเวทีโลกยุคปัจจุบัน !
สอวช. ชวนทำความรู้จักกับ “GEI” (Green Enterprises – Indicators for Circular Economy and Green Economy) หรือ มาตรฐานตัวชี้วัดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว มาตรฐานเลขที่ มตช. 12-2569 เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับและขับเคลื่อนผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามมาตรการกีดกันทางการค้าในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ![]()
จากจุดเริ่มต้น สู่มาตรฐานระดับชาติ
กว่าจะมาเป็นมาตรฐานที่เป็นรูปธรรมในวันนี้ สอวช. ได้ร่วมผลักดันขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
จุดประกาย : ร่วมจัดทำสมุดปกขาวนโยบายร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทย และได้ผลักดันไปสู่การเป็นนโยบายระดับชาติ
สร้างเครื่องมือ : ร่วมสนับสนุนโครงการขับเคลื่อนระบบการส่งเสริมธุรกิจ MSME ด้วย BCG (ปี 2566-2567) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยได้ออกแบบแนวทางการนำเครื่องมือและหลักเกณฑ์ BCG Indicator
ผนึกกำลังครั้งใหญ่ : สอวช. ร่วมมือกับ สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พัฒนามาตรฐานตัวชี้วัด “GEI” สู่มาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติ (มตช.) ซึ่งได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา!
ประโยชน์ของมาตรฐาน GEI คืออะไร และใครได้ประโยชน์ ?
เป้าหมายคือ “วิสาหกิจทุกประเภท” ไม่จำกัดขนาด (รวมถึง SMEs และ MSME) สถานที่ตั้ง หรือความซับซ้อนของธุรกิจ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดังนี้
1. สามารถนำไปใช้ในการวัดและประเมินสมรรถนะด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียวของตนเองสำหรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การเป็นวิสาหกิจสีเขียว (Green Enterprise) ตามบริบทของประเทศไทย
2. สามารถนำไปใช้กับวิสาหกิจทุกประเภท โดยไม่คำนึงถึงขนาด สถานที่ตั้ง และความซับซ้อน
3. มาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาตินี้ ไม่ได้กำหนดวิธีการรับรองหรือการใช้ผลประเมินเชิงนโยบาย ผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากผลการประเมินสมรรถนะดังกล่าวสามารถกำหนดรูปแบบการนำไปใช้ (Scheme) ในฐานะเจ้าของรูปแบบการรับรอง (Scheme Owner) ได้ รวมถึงสามารถใช้ร่วมกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอื่นได้
4. สามารถนำไปเป็นเครื่องมือสำหรับกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินความสอดคล้องหรือการใช้ประโยชน์จากผลการประเมิน เช่น การสนับสนุนเครื่องมือทางการเงิน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ สำหรับผู้ประกอบการ เป็นต้น
เนื้อหาสำคัญ 3 ส่วนในเล่ม ประกอบด้วย
ตัวชี้วัดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Enterprises Indicator: GEI) ทั้งหมด 68 ตัวชี้วัด ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Environment : E) มิติด้านสังคม ( Social : S) และมิติด้านเศรษฐกิจและธรรมาภิบาล (Economic and Governance : EG)
ความสัมพันธ์ระหว่างตัวชี้วัดในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจและธรรมาภิบาล กับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว และเป้าหมาย SDGs
แนวทางการนำมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองแห่งชาติไปใช้ในบริบทของประเทศไทย ซึ่งสามารถระบุได้จากระดับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว ตั้งแต่ระดับริเริ่ม (Setup : S) ระดับการดำเนินการ (Execute : E) ระดับการบูรณาการ (Mature : M) ไปจนถึงระดับการเปลี่ยนผ่านอย่างสมบูรณ์ (Impact : I)
การประกาศใช้ตัวชี้วัดเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว มาตรฐานเลขที่ มตช. 12-2569 (GEI) นี้ จะกลายเป็นฟันเฟืองกลางที่สำคัญในระบบนิเวศนวัตกรรม ที่ช่วยเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยสู่วิสาหกิจสีเขียว (Green Enterprise) อย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างแต้มต่อให้สินค้าไทยยืนหยัดบนเวทีการค้าโลกได้อย่างสง่างามต่อไป ![]()
มตช. 12-2569 https://service.tisi.go.th/tisi-standard-shop/item/nac/291