
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) เข้าร่วมกิจกรรม 2026 APEC Program Series Events ภายใต้กรอบความร่วมมือเอเปค ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 21–26 พฤษภาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการพัฒนาเมืองนวัตกรรม การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมเปิดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยกิจกรรมประกอบด้วย 2 เวทีสำคัญ ได้แก่ “APEC Innovation City Workshop: Digital Transformation and Industry-Academia Collaboration Development Policy Exchange” ระหว่างวันที่ 21–22 พฤษภาคม 2569 และ “APEC Voluntary Contribution Platform for the Best Practices in Open Innovation Ecosystem” ระหว่างวันที่ 24–26 พฤษภาคม 2569
การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจาก 14 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค (APEC Economies) เข้าร่วม ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เปรู เม็กซิโก อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ รัสเซีย ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ และสาธารณรัฐเกาหลี รวมทั้งผู้แทนจากภาครัฐ มหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมในภูมิภาค

ภายในงาน ดร.นัทธมน สุวรรณพรหม นักพัฒนานโยบาย สอวช. ได้ร่วมนำเสนอและแลกเปลี่ยนมุมมองของประเทศไทยในหัวข้อ “Thailand’s Innovation City Policy System” ภายใต้งานเสวนา “APEC Innovative City Seminar” เพื่อสะท้อนแนวทางการพัฒนาระบบนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมของประเทศไทย ผ่านการพัฒนาย่านนวัตกรรม (Innovation Districts) อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (Regional Science Parks) และการนำการคาดการณ์อนาคต หรือ Foresight มาใช้สนับสนุนการกำหนดทิศทางนโยบายระยะยาว ภายใต้บริบทของการพัฒนาเมืองนวัตกรรมและความร่วมมือระหว่างภาคส่วนในระดับภูมิภาคเอเปค


โดย ดร.นัทธมน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ Foresight ในฐานะเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเมืองนวัตกรรม โดยชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาเมืองนวัตกรรมไม่อาจมุ่งเพียงการรับมือกับปัญหาในปัจจุบัน หากแต่ต้องออกแบบให้พร้อมรองรับเทคโนโลยีเกิดใหม่ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และความไม่แน่นอนในระยะยาว ภายใต้ 4 แรงขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ 1. การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและ AI ที่กำลังปรับเปลี่ยนระบบนวัตกรรมและขีดความสามารถในการแข่งขันของเมืองอย่างรวดเร็ว 2. แรงกดดันด้านสภาพภูมิอากาศและทรัพยากร ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ ความต้องการลดคาร์บอน และข้อจำกัดด้านพลังงาน น้ำ และที่ดิน 3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและกำลังแรงงาน ทั้งสังคมสูงวัยและความต้องการทักษะใหม่ และ 4. การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมและซัพพลายเชนภายใต้บริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเน้นย้ำการใช้ Foresight ควบคู่กับความร่วมมือภายใต้กรอบเอเปคในการเชื่อมโยงเมืองนวัตกรรมระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก เพื่อแลกเปลี่ยนกำลังคน เทคโนโลยี การลงทุน และบทเรียนเชิงนโยบาย ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างระบบนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ขณะเดียวกัน นางจิราพรรณ คริสเตียน ลินาเรส นักพัฒนานโยบาย สอวช. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านระบบนิเวศนวัตกรรมเปิด ภายใต้กิจกรรม “APEC Voluntary Contribution Platform for the Best Practices in Open Innovation Ecosystem” โดยได้นำเสนอในหัวข้อ “Open Innovation Needs a Home: Thailand’s Regional Ecosystem Experience and Implications for APEC” ซึ่งสะท้อนแนวทางการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมระดับภูมิภาคของประเทศไทย ผ่านการเชื่อมโยงภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถขยายผลและตอบโจทย์การพัฒนาเชิงพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นางจิราพรรณ ได้เสนอแนวทางความร่วมมือภายใต้กรอบเอเปคใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. การสร้าง “นิยามร่วมที่ครอบคลุมของระบบนิเวศนวัตกรรมเปิด” เพื่อสนับสนุนการขยายผลนวัตกรรมและการพัฒนาความร่วมมืออย่างเป็นระบบในระยะยาว 2. การส่งเสริม “การเชื่อมโยงข้ามพรมแดน” (Cross-Border Connectivity) เพื่อสนับสนุนความร่วมมือด้านนวัตกรรมในระดับภูมิภาค โดยชี้ให้เห็นว่า แม้หลายเขตเศรษฐกิจจะมีโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพด้านนวัตกรรมอยู่แล้ว แต่ยังขาดกลไกเชื่อมโยงระหว่างกัน อาทิ การเคลื่อนย้ายนักวิจัย การพัฒนา shared testbeds และกลไกจับคู่ SMEs ระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก และ 3. การใช้ Foresight เป็นเครื่องมือร่วมในการสนับสนุนการออกแบบนโยบาย การเตรียมความพร้อมของระบบนิเวศนวัตกรรมเปิด และการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีเกิดใหม่ และความท้าทายเชิงระบบในระยะยาว โดยเน้นว่า Foresight ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับคาดการณ์อนาคต แต่เป็นเครื่องมือเชิงปฏิบัติการที่ช่วยสนับสนุนการกำหนดทิศทางและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ APEC-CTF ในการเป็นกลไกสนับสนุนการพัฒนา Foresight และความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในภูมิภาคเอเปค


การเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการสนับสนุนความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในระดับภูมิภาค ตลอดจนการผลักดันแนวคิดด้าน Foresight และ Open Innovation Ecosystem เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
