
ดร.ศรวณีย์ สิงห์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเพื่อความยั่งยืน พร้อมด้วยนางสาวชนิภรณ์ เรืองฤทธิ์ นักพัฒนานโยบาย ฝ่ายนโยบายเพื่อความยั่งยืน สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เข้าร่วมประชุม Southeast Asia–South Asia Preparatory Meeting for COP31 and the Santa Marta Conference จัดโดย Climate Action Network Southeast Asia (CANSEA), Oxford Committee for Famine Relief (OXFAM) และ Fossil Fuel Treaty เมื่อวันที่ 25–26 มีนาคม 2569 โดยภายในงานมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10 ประเทศ จาก 15 หน่วยงานเข้าร่วมการประชุม อาทิ ผู้อำนวยการและผู้ประสานงานระดับภูมิภาค เครือข่าย CANSEA รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา รักษาการหัวหน้าฝ่ายแรงงานและการจ้างงาน สถาบันศึกษาด้านแรงงาน สังกัดกระทรวงแรงงานและการจ้างงาน แห่งประเทศฟิลิปปินส์ Head of Energy Modelling, Policy, and Planning, ASEAN Centre for Energy ประธานกลุ่มประเทศ LDC Group ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเอกอัครราชทูตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำประเทศติมอร์-เลสเต เป็นต้น

ภายในงาน ดร.ศรวณีย์ เข้าร่วมเวทีเสวนานำเสนอข้อคิดเห็นเชิงลึกจากผู้เจรจาภาครัฐต่อประเด็นสำคัญในการประชุม COP31 ร่วมกับผู้อำนวยการกองการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม แห่งประเทศมัลดีฟส์ และรองผู้อำนวยการ กระทรวงสิ่งแวดล้อม ประเทศศรีลังกา เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองการดำเนินการด้านการปรับตัวที่ควรเสนอใน COP31 และสิ่งที่ดำเนินการที่ผ่านมา

โดย ดร.ศรวณีย์ ได้นำเสนอว่าผลการประชุม COP30 ที่ผ่านมาหากพิจารณาภาพรวมของกลไกต่าง ๆ ที่มีการเจรจากัน มีการเพิ่มน้ำหนักไปที่ประเด็นการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาค่อนข้างให้น้ำหนักไปทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกค่อนข้างมาก ส่งผลต่อกลไกการดำเนินการต่าง ๆ ทั้งกลไกงบประมาณ กลไกการติดตาม และกลไกเทคโนโลยีที่สนับสนุนมากขึ้นตาม ซึ่งกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศกำลังพัฒนาเป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบสูง และโดยส่วนมากประเทศที่ได้รับผลกระทบนี้ในลำดับ 20 ประเทศแรกที่มีความเสี่ยงสูงที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่ในที่ประชุมนี้โดยส่วนมาก ตามที่ระบุในผลวิเคราะห์รายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 นอกจากนี้จะเห็นว่ากลไกต่าง ๆ และการเจรจาทุกประเด็นนั้นให้ความสำคัญเรื่องหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ (Science-Based Evidence) เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระบบนวัตกรรมแห่งชาติ (National Innovation System, NIS) จาการประชุม COP30 ที่ผ่านมาและยังคงมีการเจรจาต่อเนื่องใน COP31 ต่อไป ซึ่งจะนำมาสู่กลไกการสนับสนุนต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศกำลังพัฒนาต่อไป ซึ่งการประชุมนี้จะเป็นการเตรียมการในมุมต่าง ๆ ของข้อมูลเพื่อให้เกิดการสนับสนุนอย่างตรงจุดอย่างแท้จริงของกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ดร.ศรวณีย์ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ประธาน (Chair) ในกลุ่มย่อยหัวข้อ Climate Finance ในหัวข้อ Building Common Regional Positions on COP31 and Santa Marta Conference โดยมีผู้แทนจากภาคประชาสังคมและเครือข่ายระดับภูมิภาคเข้าร่วมระดมความคิดเห็น ซึ่งผลการหารือในกลุ่มดังกล่าวจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมของภูมิภาค (Shared Southeast Asia–South Asia Agenda) และการจัดทำเอกสารแถลงการณ์ร่วมด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Southeast Asia–South Asia Joint Communique on Climate Finance) เพื่อใช้เป็นกรอบในการผลักดันประเด็นดังกล่าวในเวทีระหว่างประเทศต่อไป เพื่อเตรียมความพร้อมของภูมิภาคสำหรับการประชุมสำคัญในระดับโลก ได้แก่ การประชุม First Conference on Transitioning Away from Fossil Fuels ณ เมืองซานตา มาร์ตา ประเทศโคลอมเบีย ในช่วงเดือนเมษายน 2569 และการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 31 (COP31) ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองอันตัลยา สาธารณรัฐตุรกี ในช่วงปลายปี 2569 ต่อไป



