(6 มีนาคม 2569) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการเสวนานโยบาย AI ❤︎ U “ยกระดับกำลังคนอุดมศึกษา สู่ยุค AI สร้างสรรค์ เปลี่ยนผู้ใช้เทคโนโลยี เป็นผู้สร้างอนาคต (Future Thais in the Age of Al)” ภายในงาน One Stop Open House 2026 โดยมี ดร.พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวเปิดการเสวนาและปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “นโยบาย AI ❤︎ U: สร้างกำลังคนและขับเคลื่อนนวัตกรรม AI เพื่ออนาคตประเทศไทย” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ดร.พิมพ์พร กล่าวว่า ในบริบทโลกปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางระบบเศรษฐกิจ รูปแบบการทำงาน ระบบการศึกษา ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับประเทศไทยนั้น ประเด็นท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่า “จะประยุกต์ใช้ AI อย่างไร” แต่คือ “จะเตรียมความพร้อมทรัพยากรบุคคลของชาติให้ก้าวโลกยุค AI นี้ได้อย่างไร” เพื่อพลิกโฉมคนไทยจากการเป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยี สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์คุณค่า นวัตกรรม และกำหนดอนาคตของชาติด้วยตนเอง ด้วยเหตุนี้ กระทรวง อว. จึงได้ขับเคลื่อนนโยบาย “AI ❤︎ U” เพื่อยกระดับศักยภาพกำลังคนของประเทศ โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา ให้มีทักษะ องค์ความรู้ และกระบวนทัศน์ที่สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง หัวใจสำคัญของนโยบายนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่า “AI คืออนาคต และ อว. คือสะพานเชื่อม” ซึ่งเป็นกลไกบูรณาการการศึกษา การวิจัย นวัตกรรม และภาคเศรษฐกิจ ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันและตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง
“กระทรวง อว. มุ่งมั่นพัฒนากำลังคนอย่างครอบคลุมในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เยาวชน นิสิตนักศึกษา วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่คนไทยสามารถต่อยอด AI ได้อย่างสร้างสรรค์ ภายใต้ความรับผิดชอบและหลักจริยธรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนผ่านคนไทยจากผู้ใช้ AI ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้สร้าง AI เพื่อวางรากฐานกำลังคนสมรรถนะสูง อันจะเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ซึ่งจะนำไปสู่การดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยี ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และนำพาประเทศไทยก้าวสู่การเป็นชาติที่สามารถผลิตบุคลากร สร้างสรรค์เทคโนโลยี และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน” ดร.พิมพ์พร กล่าว

ภายในงานยังได้มีการจัดเวทีเสวนาพิเศษ ในหัวข้อ “ยกระดับกำลังคนอุดมศึกษา สู่ยุค AI สร้างสรรค์ เปลี่ยนผู้ใช้เทคโนโลยี เป็นผู้สร้างอนาคต” โดยมี ศ. ดร.สุรินทร์ คําฝอย รองผู้อํานวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) รศ. ดร.รัฐชาติ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Love U) ผศ. ดร.อรัญ แบล็ทเลอร์ ผู้อํานวยการหลักสูตรวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร อนุกรรมการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อํานวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ (สวทช.) เข้าร่วมการเสวนา

ศ. ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ การใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) โดยคำนึงถึงแนวทางการพัฒนาและการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้เรียน (Responsible AI in Education) และระบบนิเวศเพื่อการอุดมศึกษา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบทบาทที่กระทรวง อว. ต้องขับเคลื่อน ทั้งในการทำงานวิจัยและการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังต้องมีแนวทางเพื่อสร้างระบบและเครื่องมือ AI ที่ครูและนักเรียนให้ความไว้วางใจ (Trustworthy AI in Education) เพื่อสร้างมาตรฐานและสร้างความน่าเชื่อถือในการใช้งาน AI

ศ. ดร.สุรินทร์ ยังได้ยกตัวอย่างโครงการที่กระทรวง อว. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่ โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ ได้แก่ 1. AI in Admission เปิดโอกาสให้น้อง ๆ ที่กำลังจะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยได้ทดลองนำคะแนนสอบของตัวเองใส่เข้าไปในระบบ และระบบจะใช้ AI เข้ามาช่วยประมวลผลและให้คำแนะนำว่าควรเลือกเรียนคณะอะไร โดยจะมีการเชื่อมต่อไปยังฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ฐานข้อมูลความต้องการกำลังคนของ สอวช. ให้น้อง ๆ รู้ว่าเรียนจบแล้วจะมีตำแหน่งงานในตลาดแรงงานรองรับหรือไม่ สนับสนุนให้การวางแผนการเรียนและวางแผนอนาคตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 2. AI in Curriculum Accreditation ใช้ AI ตรวจสอบหลักสูตรตามกรอบที่วางไว้ โดยเทคโนโลยี AI สามารถพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้จากหลักสูตร รวมถึงหลักสูตรนั้น ๆ ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ 3. AI in Career Guidance หรือการแนะแนวอาชีพ เชื่อมโยงอาชีพและทักษะของนักศึกษาแต่ละคนว่ามีความต้องการในตลาดแรงงานหรือไม่ ทักษะที่มีเหมาะกับการทำงานในตำแหน่งไหน รวมถึง ใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วว่าจะต้องมีทักษะอะไร เทียบกับทักษะที่นักศึกษามีอยู่ และนำมาเชื่อมโยงว่าจะต้องพัฒนาทักษะใดเพิ่มเติม เรียกว่าเป็นการทำ Skill Portfolio ที่กระทรวง อว. อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งจะนอกจากจะช่วยให้น้อง ๆ สามารถพัฒนาทักษะได้ตรงจุดแล้ว ยังสามารถสนับสนุนในการจับคู่การจ้างงาน (Job Matching) ในอนาคตได้อีกด้วย




ทั้งนี้ จากการเสวนานโยบายทำให้ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายจากเวทีเสวนาว่า ประเทศไทยควรเร่งพัฒนาระบบนิเวศด้าน AI ที่เชื่อมโยงการศึกษา งานวิจัย และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้าง AI Talent ที่สามารถสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตและต้องตั้งอยู่บนหลัก Trustworthy AI และ Responsible AI เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีมีความน่าเชื่อถือและมีจริยธรรม ควบคู่กับแนวทาง Industrial-centric ที่มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจจริง
