messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » กระทรวง อว. โดย สอวช. เป็นเจ้าภาพประชุมระดมสมองกลุ่มย่อย ภายใต้หลักสูตร วปอ. รุ่น 68 ถกประเด็นการขับเคลื่อนประเทศในมิติเทคโนโลยี เตรียมรวบรวมข้อมูลแนวทางนโยบายเสนอต่อรัฐบาล

กระทรวง อว. โดย สอวช. เป็นเจ้าภาพประชุมระดมสมองกลุ่มย่อย ภายใต้หลักสูตร วปอ. รุ่น 68 ถกประเด็นการขับเคลื่อนประเทศในมิติเทคโนโลยี เตรียมรวบรวมข้อมูลแนวทางนโยบายเสนอต่อรัฐบาล

วันที่เผยแพร่ 5 มีนาคม 2026 13 Views

(4 มีนาคม 2569) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดมสมองกลุ่มย่อย (Focus Group) ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 มีประเด็นการหารือตามมิติด้านความมั่นคง ด้านเทคโนโลยีในหัวข้อ “การขับเคลื่อนประเทศในมิติต่าง ๆ ด้วย AI” จัดขึ้นเพื่อพัฒนามุมมองเชิงยุทธศาสตร์ของผู้เข้าร่วมอบรมในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์เชิงพลวัต ระหว่างมิติทางภูมิศาสตร์ การเมืองและความมั่นคง ให้สามารถวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของปัจจัยเหล่านี้ต่อผลประโยชน์แห่งชาติและความมั่นคงของรัฐได้อย่างลึกซึ้ง โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 30 คน จัดขึ้น ณ ห้องประชุมหว้ากอ 1 อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 สอวช.

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. หนึ่งในผู้เข้าร่วมหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 68 ได้กล่าวแนะนำ สอวช. ในฐานะหน่วยงานด้านนโยบายภายใต้ กระทรวง อว. ที่มีบทบาทหลักในการทำนโยบายครอบคลุมด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) รวมถึงทำงานเป็นเสมือน Think Tank หรือมันสมองของ กระทรวง อว. นอกจากการทำนโยบาย สอวช. ยังมีหน้าที่ผลักดันให้เกิดมาตรการ กลไก การปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบต่าง ๆ เสนอต่อสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนในระดับประเทศต่อไป โดยในปัจจุบัน สอวช. อยู่ระหว่างการร่วมจัดทำและร่างแผนของประเทศหลายแผนที่มีเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้องกับมิติด้านเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน อาทิ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571 – 2575) กรอบนโยบาย อววน. ที่เป็นแผนระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571-2575)

ดร.สุรชัย ยังได้ชี้ให้เห็นสถานการณ์ด้านเทคโนโลยีของประเทศไทยพบว่า เรายังเป็นผู้ซื้อและต้องนำเข้าเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ มูลค่าการนำเข้าเทคโนโลยีสูงกว่ามูลค่าการส่งออกอยู่มาก สะท้อนผ่านการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เช่น การจัดอันดับโดย IMD World Competitiveness Center การจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index: GII) ที่ไทยอยู่ในอันดับที่ไม่โดดเด่นมากนัก จึงต้องให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เพิ่มเติมด้วย

“เรามีเรื่องที่ประเทศเราเก่งด้านเทคโนโลยีอยู่ เช่น สุขภาพการแพทย์ เกษตรอาหาร ที่สามารถพัฒนาต่อได้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องสนับสนุนในเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่จะเชื่อมการนำงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์” ดร.สุรชัย กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมิติเทคโนโลยีของประเทศไทยอย่างหลากหลาย โดยมุ่งเน้นเรื่อง “อธิปไตยทางเทคโนโลยี (Tech Sovereignty)” ครอบคลุมทั้งด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ AI ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึง จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส หรือความท้าทายของประเทศ นโยบายสำคัญหรือ Quick Win ที่ต้องเร่งดำเนินการ รวมถึงแนวทางการสนับสนุนด้านระบบนิเวศต่าง ๆ อาทิ โครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย สิทธิประโยชน์ การพัฒนากำลังคน ฯลฯ โดยประเด็นสำคัญที่ได้จากการหารือในครั้งนี้จะถูกนำไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ และรวบรวมเพื่อให้นำเสนอต่อรัฐบาลในการเดินหน้าขับเคลื่อนเชิงนโยบายให้ตอบโจทย์ประเทศต่อไป

Tags:

เรื่องล่าสุด