messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » กระทรวง อว. โดย สอวช. ร่วมต้อนรับคณะอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย หารือทิศทางขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พร้อมหาโอกาสสร้างความร่วมมือในอนาคต

กระทรวง อว. โดย สอวช. ร่วมต้อนรับคณะอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย หารือทิศทางขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พร้อมหาโอกาสสร้างความร่วมมือในอนาคต

วันที่เผยแพร่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 15 Views

(23 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำโดย ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ศ. ดร.สุรินทร์ คำฝอย รองผู้อำนวยการ สอวช. ดร.กรัณฑรัตน์ นาขวา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. และ ดร.ปราณปรียา ศรีวรรณวิทย์ ลุนด์แบร์ย ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ ให้การต้อนรับอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยและคณะ ประกอบด้วย นายแอนดรูว์ อีแกน อัครราชทูตและผู้แทนถาวรออสเตรเลียประจำ UNESCAP นางสาวฮเวย์-ซี เคย์ เลขานุการโท (ฝ่ายเศรษฐกิจ) และนางสาววาทินี ขานวงศ์ ผู้อำนวยการ (ฝ่ายการศึกษา) กระทรวงการศึกษา ในการเข้าพบ สอวช. เพื่อหารือถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีของไทย รวมถึงหาโอกาสในการสร้างความร่วมมือในอนาคต

ดร.สุรชัย ได้แนะนำให้เห็นภาพโครงสร้างระบบอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของไทย รวมถึงแนะนำบทบาทและภารกิจของ สอวช. ในการเป็นเลขานุการของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีหน้าที่สำคัญในการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อสภานโยบาย รวมถึงผลักดันการสร้างกลไก แพลตฟอร์ม ระบบนิเวศ และการปลดล็อกกฎหมาย กฎ ระเบียบ เพื่อให้การดำเนินงานและการขับเคลื่อนด้าน อววน. ของไทยมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย สอวช. ได้ตั้งเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ครอบคลุมทั้งในมิติด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มสัดส่วนแรงงานทักษะสูง และการยกระดับมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก

ดร.สุรชัย ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ในการเป็นที่ตั้งของศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) หน่วยงานเชี่ยวชาญแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากทั้งเอเปคและรัฐบาลไทย โดย APEC CTF จะนำเครื่องมือคาดการณ์อนาคต (Foresight) เข้ามาเพื่อช่วยในการกำหนดนโยบาย เตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ด้าน ศ. ดร.สุรินทร์ ได้นำเสนอข้อมูลการสำรวจความต้องการบุคลากรทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2568-2572 (Thailand Talent Landscape 2025-2029) ที่ สอวช. จัดทำขึ้นเป็นฐานข้อมูลเชิงลึก เพื่อแสดงให้เห็นตำแหน่งงานและทักษะที่มีความต้องการสูงในประเทศ ซึ่งสามารถนำไปเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลด้านกำลังคนของ Jobs and Skills Australia (JSA) ได้ นอกจากนี้ ยังได้ยกตัวอย่างนโยบายด้านกำลังคนที่ สอวช. ขับเคลื่อนอยู่ อาทิ การจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox)

ดร.ปราณปรียา ยังได้กล่าวถึงตัวอย่างโครงการและการดำเนินงานที่ผ่านมาที่ สอวช. ได้มีความร่วมมือกับประเทศออสเตรเลีย อาทิ โครงการ Thailand-Australia Innovation in Food for Sustainability (IF4S) ที่ดำเนินการร่วมกันระหว่าง สอวช. หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ Commonwealth Scientific and Industrial Research Organisation (CSIRO) ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันนวัตกรรมด้านอาหารแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือด้านงานวิจัย รวมถึงการประชุมนานาชาติระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก “AI for Social Good: Strengthening Capabilities and Government Frameworks in Asia and the Pacific Summit” จัดโดย มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (The Australian National University: ANU) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (The United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: UNESCAP) สมาคมมหาวิทยาลัยภาคพื้นแปซิฟิก (The Association of Pacific Rim Universities: APRU) และพันธมิตรภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเป็นเวทีพบหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เข้าร่วมดำเนินโครงการ ทั้งจากทีมวิจัยและพันธมิตรภาครัฐ

คณะอัครราชทูตออสเตรเลียฯ ได้แสดงถึงความสนใจในหลายประเด็นที่ สอวช. ขับเคลื่อนอยู่ รวมถึงประเด็นที่ไทยและออสเตรเลียให้ความสำคัญ ทั้งด้านการพัฒนากำลังคน อาหารแห่งอนาคต สิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด ปัญญาประดิษฐ์ สาธารณสุข ฯลฯ การหารือครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการดำเนินงานของหน่วยงาน เพื่อหาแนวทางทำงานร่วมกัน และสร้างให้เกิดการขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศร่วมกันต่อไป

Tags:

เรื่องล่าสุด