messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » กระทรวง อว. โดย สอวช. ร่วมกับ สส. ประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการ TNAดึงเครื่องมือ Foresight ช่วยประเมินความต้องการเทคโนโลยีรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย

กระทรวง อว. โดย สอวช. ร่วมกับ สส. ประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการ TNAดึงเครื่องมือ Foresight ช่วยประเมินความต้องการเทคโนโลยีรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย

วันที่เผยแพร่ 16 มกราคม 2026 18 Views

(14 มกราคม 2569) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดการประชุมคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการประเมินความต้องการเทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (Thailand Technology Needs Assessment) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. เป็นประธานการประชุม และมี รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. ดร.นุวงศ์ ชลคุป ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. พร้อมคณะทำงาน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ดร.สุรชัย กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ที่เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. มีหน้าที่หลักคือการเป็นฝ่ายเลขานุการของสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ดูแลด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (อววน.) ของประเทศ นอกจากนี้ สอวช. ยังมีหน้าที่ทำนโยบาย พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย รวมถึงทำมาตรการ กลไก และการขับเคลื่อนด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับแนวโน้มโลกที่จะกระทบต่อประเทศไทย

ในด้านการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สอวช. ทำหน้าที่เป็นผู้แทนหลักของประเทศไทยในการเจรจากลไกเทคโนโลยี (Technology Mechanism) ด้วยบทบาทหน่วยประสานงานกลางด้านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (National Designated Entity: NDE Thailand) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และอีกหนึ่งบทบาทสำคัญ คือการเป็นหน่วยงานผู้ประสานงานโครงการประเมินความต้องการเทคโนโลยีของประเทศ (TNA Coordinator) โดยประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วม Global TNA ในระยะที่ 1 และ 5 (ฉบับที่ 1 และ 2) ซึ่งการดำเนินการ TNA ฉบับที่ 2 นี้เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนากลยุทธ์ระดับประเทศและโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุนของโลกมาสู่ประเทศไทย

ดร.สุรชัย ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ สอวช. ในการเป็นที่ตั้งของศูนย์คาดการณ์เทคโนโลยีเอเปค (APEC Center for Technology Foresight: APEC CTF) หน่วยงานเชี่ยวชาญแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากทั้งเอเปคและรัฐบาลไทย โดย APEC CTF จะนำเครื่องมือคาดการณ์อนาคต (Foresight) เข้ามาเพื่อช่วยในการกำหนดนโยบาย ซึ่งการดำเนินโครงการ TNA ในระยะ 5 นี้จะนำเครื่องมือ Foresight เข้ามาเป็นวิธีการหนึ่งในการประเมินความต้องการทางเทคโนโลยีของไทยด้วย

ด้าน ดร.คมเมธ จิตวานิชไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์และอนาคตศึกษา สอวช. ได้กล่าวถึงความสำคัญของโครงการ TNA ที่มุ่งสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถประเมินและวางแผนเทคโนโลยี เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation) ที่ผ่านมามีประเทศกำลังพัฒนาที่ได้ดำเนินโครงการ TNA เสร็จสิ้นไปแล้ว 98 ประเทศ มี 26 ประเทศที่นำผลของ TNA ไปใช้ในการกำหนดเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions: NDCs) และในระยะ 5 มีประเทศที่กำลังดำเนินโครงการอยู่ 17 ประเทศ โดยหลังจากดำเนินโครงการ TNA เสร็จแล้ว สามารถนำ TNA report ไปใช้ของบประมาณจากองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อดำเนินโครงการในการลดก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการอนุมัติโครงการเป็นมูลค่ารวมแล้วกว่า 1,839 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในส่วนของประเทศไทยเองได้รับการชื่นชมจาก UN ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ทำข้อมูล TNA Report ได้ดี และนำผลของโครงการไปใช้ในการออกแบบโครงการเพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้จริง โดยประเทศไทยเป็นกรณีตัวอย่างระดับโลกในการบูรณาการผลการทำ TNA เข้ากับแผนระดับชาติ ทำให้การดำเนินการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งผลจากการประเมิน TNA จะช่วยเสริมการเจรจานโยบายในเวทีระดับนานาชาติ เช่น การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) ในประเด็นการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายใต้ UNFCCC

ดร.ศรีฉัตรา ไชยวงค์วิลาน นักยุทธศาสตร์ 1 ฝ่ายคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์และอนาคตศึกษา สอวช. ได้กล่าวถึงเครื่องมือ Foresight ที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการการทำ TNA ฉบับที่ 2 เริ่มจากการหาสัญญานโดยใช้เครื่องมือ STEEP Analysis ที่แบ่งออกเป็น 1. Social 2. Technology 3. Economic 4. Environment และ 5. Policy และใช้การจัดลำดับความสำคัญจากการดูศักยภาพของเทคโนโลยี (Technology Potential) และผลกระทบ (Impact) เพื่อให้รู้ว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อย่างไรจากเทคโนโลยีที่จะถูกคัดเลือกเหล่านั้น นอกจากนี้ยังต้องมองถึงการกำหนดแผนงาน (Action Plan) กำหนดเป้าหมายเพื่อให้เทคโนโลยีเกิดขึ้นได้จริงด้วย

ที่ประชุมฯ ยังได้ร่วมพิจารณาการจัดลำดับความสำคัญของภาคส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และแนวทางการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) โดยในเบื้องต้นโครงการ TNA ระยะ 5 ของประเทศไทย เสนอให้กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักที่เข้าร่วมกระบวนการอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย ผู้แทนจากคณะกรรมการกำกับการดำเนินโครงการ TNA เพื่อเชื่อมโยงเชิงนโยบายและกำกับทิศทาง หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ในภาคส่วนสำคัญ เช่น พลังงาน เกษตร น้ำ อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม ภาคเอกชนและภาคธุรกิจ ในฐานะผู้พัฒนา ผู้ใช้ และผู้ลงทุนด้านเทคโนโลยี ภาคการศึกษาและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้เชิงวิชาการและการวิเคราะห์ทางเทคนิค รวมถึงการส่งเสริมการพิจารณามิติเพศสภาพ (Gender) ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ UN ได้กำหนดไว้

เรื่องล่าสุด