กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เข้าร่วมงาน The Opening Event of the ASEAN Qualifications Referencing Framework (AQRF) Committee Meeting ภายใต้หัวข้อ “Shaping Future-Ready Qualifications: Connecting Skills, Competencies, and Occupations for Lifelong Learning in ASEAN” และการประชุม The 11th ADB International Education and Skills Forum (ADB IESF): Applying a Fresh Lens to Unlock the Power of Human Capital ระหว่างวันที่ 2 – 5 ธันวาคม 2568 ณ ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการยกระดับกำลังคนของภูมิภาคให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่


ในการประชุม ADB IESF นางสาวภาณิศา หาญพัฒนนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายนวัตกรรมอุดมศึกษาและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต สอวช. ได้นำเสนอแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนของไทยผ่านความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและอุตสาหกรรม ภายใต้การสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเป็นระบบ ในเวทีเสวนาหัวข้อ “The Triple Helix model of innovation, involving universities and education institutions, industry and government in Southeast Asia” ทั้งนี้ ได้รับความสนใจจากผู้แทนภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเวียดนาม ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการประยุกต์โมเดล Triple Helix ในบริบทของตนเอง

ด้าน ดร.สุธิดา พิริยะการสกุล ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย สอวช. ได้เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “Human Capital Development for Emerging and Critical Technologies in View of Climate Change, AI, and Geopolitical Trends” โดยให้ข้อมูลว่าประเทศไทยอยู่ระหว่างการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ Semiconductor and Advanced Electronics, EV, AI และพลังงานสะอาด ควบคู่กับการผลักดันทักษะสำคัญของศตวรรษที่ 21 เช่น AI literacy และ Climate literacy เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของประชาชนสู่การเป็น Global Citizen


การเสวนาครั้งนี้เปิดโอกาสให้ประเทศในเอเชียแปซิฟิกแลกเปลี่ยนมุมมองเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาทักษะและนโยบายกำลังคนระดับภูมิภาค การมีส่วนร่วมของ สอวช. แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว มุ่งยกระดับศักยภาพประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในอนาคต