messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » กระทรวง อว. โดย สอวช.-จุฬาฯ–เอกชน ร่วมเสนอ Quick Win เพื่อยกระดับมาตรฐานครีเอเตอร์ และผลักดันระบบนิเวศเศรษฐกิจครีเอเตอร์ให้เป็นเอนจิ้นใหม่ของเศรษฐกิจไทย

กระทรวง อว. โดย สอวช.-จุฬาฯ–เอกชน ร่วมเสนอ Quick Win เพื่อยกระดับมาตรฐานครีเอเตอร์ และผลักดันระบบนิเวศเศรษฐกิจครีเอเตอร์ให้เป็นเอนจิ้นใหม่ของเศรษฐกิจไทย

วันที่เผยแพร่ 3 ธันวาคม 2025 196 Views

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “CREATORVERSE: Shaping Thailand Creator Economy” เพื่อนำเสนอผลการวิจัยและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจครีเอเตอร์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์  

รศ.วงกต วงศ์อภัย รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเปิดงานและพูดถึงเป้าหมายของการพัฒนาเศรษฐกิจครีเอเตอร์ ต้องมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ และสามารถสร้างสรรค์ผลงานและผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนความอยู่รอดและการเติบโตของประเทศ ปัจจุบันขอบเขตของครีเอเตอร์กว้างขวางกว่าเดิม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะด้านแฟชั่น อาหาร หรือท่องเที่ยวเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ที่ใช้ความเชี่ยวชาญในบริบทของตนเอง เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือศาสตร์อื่น ๆ ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เข้าใจง่ายและสร้างคุณค่าใหม่ให้สังคมได้ พร้อมชี้ว่าครีเอเตอร์ไทยมีศักยภาพก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ หากสามารถนำเสนอเรื่องราวอย่างสร้างสรรค์และเข้าถึงผู้ชมทั่วโลก

สอวช. สนับสนุนให้ครีเอเตอร์ไทยใช้ภาษาต่างประเทศ เช่น อังกฤษ หรือญี่ปุ่น เพื่อก้าวสู่การเป็น “Creator Titan” หรือผู้บุกเบิกในเวทีโลก โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มออนไลน์ไร้พรมแดนในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้ สอวช. เชื่อมั่นว่าข้อเสนอเชิงนโยบายฉบับนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ พร้อมเป็นก้าวแรกที่ช่วยผลักดันครีเอเตอร์ไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงในอนาคต

ผศ.ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม รองคณบดี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจครีเอเตอร์ (Creator Economy) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยครีเอเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่คือ “ผู้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม” ผ่านทักษะความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และตัวตนของตนเอง รายงานวิจัยชี้ว่าไทยมีช่องว่างสำคัญใน 7 ด้าน ได้แก่ การบ่มเพาะ ครีเอเตอร์ แพลตฟอร์ม เทคโนโลยี เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐานอาชีพ ทักษะการเรียนรู้ และตลาด ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างมีระบบ จะผลักดันให้เศรษฐกิจครีเอเตอร์เป็นกลไกขับเคลื่อน Creative Economy และ Local Economy ได้จริง

ทั้งนี้ การพัฒนาครีเอเตอร์ต้องมองมิติสำคัญ คือ การพัฒนาแรงงานสร้างสรรค์ของเศรษฐกิจไทย โดยไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีทีมงานประกอบหลายบทบาท เช่น นักตัดต่อ เขียนบท โปรดิวเซอร์ กราฟิก การตลาด ไปจนถึงผู้จัดการครีเอเตอร์ ทำให้เกิดความต้องการแรงงานทักษะสูงในห่วงโซ่การผลิตสื่อโดยเฉพาะครีเอเตอร์ที่เชี่ยวชาญเนื้อหาเฉพาะทาง และสามารถเชื่อมโยงงานสร้างสรรค์เข้ากับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เช่น การท่องเที่ยว สุขภาพ ทุนวัฒนธรรม หรือวิทยาศาสตร์–เทคโนโลยี ผศ.ดร.สกุลศรี ระบุว่า หากครีเอเตอร์ได้รับการเติมเต็มด้วย “ทักษะผู้ประกอบการ” (Entrepreneurial Skill) และ “ความรู้เฉพาะสาขา” (Domain Knowledge) ก็จะสามารถเติบโตเป็น Creatorpreneur ที่สร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจได้จริง ขณะเดียวกัน งานวิจัยยังพบว่า “ทักษะแบบครีเอเตอร์” อย่างการเล่าเรื่อง การผลิตคอนเทนต์ และการสื่อสารบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังกลายเป็นทักษะสำคัญของแรงงานและผู้ประกอบการทุกสาขา โดยช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ เปิดโอกาสการเติบโตของ SME และเสริมศักยภาพของแรงงานรุ่นใหม่ในตลาดยุคดิจิทัล

ในเวทีเสวนา Panel 1: Respond to Policy — Quick Win ที่ทำได้ทันที  

รศ.วงกต เปิดเผยในเวทีเสวนาว่า สอวช. ผลักดันการพัฒนาบุคลากรด้านครีเอเตอร์ผ่านการเรียนรู้แบบ Project-Based Learning โดยสนับสนุนให้มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะด้านนิเทศศาสตร์ปรับหลักสูตรเน้นการปฏิบัติงานจริงร่วมกับผู้ประกอบการ นอกจากนี้ สอวช. ยังเสนอการจัดตั้ง Creator Labs ในมหาวิทยาลัยและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้นักศึกษาได้ทำงานกับภาคธุรกิจจริง (Real Sector) พร้อมผลักดันการ Upskill–Reskill ด้วยเทคโนโลยีใหม่ และส่งเสริมการผลิตคอนเทนต์ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมากขึ้น โดย สอวช. ในสังกัดกระทรวง อว. เชื่อมั่นว่าศักยภาพของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับทักษะและองค์ความรู้ของครีเอเตอร์ไทยให้เติบโตได้ในอนาคต

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจครีเอเตอร์เป็น “ทางรอดสำคัญของประเทศ” ในยุคที่การส่งออกและการท่องเที่ยวแบบเดิมชะลอตัว พร้อมชี้ว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจยุคใหม่เกิดจาก “ความเชื่อ” และ “เรื่องราว” ที่สินค้าสร้างขึ้นได้ เช่นเดียวกับแบรนด์ระดับโลก อีกทั้งยังเสนอให้ไทยพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เน้นประสบการณ์และเอกลักษณ์มากกว่าปริมาณนักท่องเที่ยว

โดยกองทุนฯ เปิดรับ ทุนสนับสนุนการผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปและสตาร์ทอัพ รวมถึงทุนสำหรับโครงการใหญ่แบบ Matching Fund พร้อมเสนอให้รัฐกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเหมาะสม เพื่อรับมือเนื้อหาไม่เหมาะสมและปกป้องผู้ใช้งาน ขณะเดียวกันรัฐควรสนับสนุนเอกชนแทนการสร้างแพลตฟอร์มเอง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน

นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด ระบุว่า อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างประเทศมักให้ความสำคัญกับรายได้มากกว่าคุณภาพชีวิตผู้ใช้งาน จึงควรมีการหารือกับภาครัฐเพื่อให้อัลกอริทึมส่งเสริมคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์มากขึ้น ร่วมถึงภาคเอกชนพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาครีเอเตอร์ไทยร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาครัฐ เพื่อยกระดับ “อาชีพคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์” ให้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการและมีระบบสนับสนุนที่ชัดเจน ในด้านจริยธรรมของครีเอเตอร์ เธอย้ำถึงความจำเป็นของการกำกับดูแลที่เหมาะสม การบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐ–เอกชน–สถาบันการศึกษา จะนำไปสู่ “ระบบสนับสนุนและธรรมาภิบาลครีเอเตอร์ไทย” ที่ยั่งยืนและเป็นมาตรฐานสากล

นายขจร เจียรนัยพานิชย์ ผู้บริหาร The Zero Publishing แม้วงการครีเอเตอร์ไทยจะเติบโตอย่างโดดเด่น แต่ความเปราะบางก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการ การคุ้มครองสิทธิ รายได้ที่ผันผวน หรือการขาดพลังต่อรองในอุตสาหกรรม  นายขจร กล่าวว่า ทุกคนอยากเป็นครีเอเตอร์ แต่เมื่อมองภาพใหญ่ เห็นความเปราะบางหลายด้าน สิ่งที่ต้องทำคือการรวมตัวกันของคนในวงการ ให้เกิดสมาคมครีเอเตอร์แห่งประเทศไทย หรือเครือข่ายร่วมมือ ที่สามารถเป็นปากเสียงแทนครีเอเตอร์ในการผลักดันนโยบายและมาตรฐานร่วมกัน การรวมพลังกันคือหัวใจของระบบนิเวศที่แข็งแรง และเป็นการสร้างความมั่นคงให้ครีเอเตอร์ในระยะยาว พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชนเปิดพื้นที่ความร่วมมือมากขึ้นในประเด็นสวัสดิการ มาตรฐานราคา และจริยธรรมในการทำงานร่วมกับแบรนด์

Panel 2: Creator Voice — เสียงจากครีเอเตอร์ต่อการสร้าง Ecosystem แบบมีส่วนร่วม

งานเสวนานี้ได้รับเกียรติจากครีเอเตอร์ชื่อดัง ได้แก่ นางสาวนัชชา ทองธราดล (แอม) จากช่อง Ampossible นายพลสัน นกน่วม (แซม) จากช่อง เล่าเรื่องแบรนด์ กับแซม พลสัน และนางสาวพิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ จากช่อง PEAR is hungry ครีเอเตอร์สะท้อนว่าอุปสรรคสำคัญในอาชีพครีเอเตอร์วันนี้ ได้แก่ ความแตกต่างและจริยธรรม ซึ่งต้องสร้างจุดเด่นโดยไม่ละเมิดจริยธรรม ซึ่งเป็นความท้าทายที่ต้องรักษาสมดุล ระหว่างรายได้และความอยู่รอด รายได้จากสปอนเซอร์ ยอดวิว หรือ affiliate ยังไม่มั่นคง ทำให้บางคนจำเป็นต้องผลิตคอนเทนต์เชิงลบ รวมถึงข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม ที่ต้องปรับตัวกับอัลกอริทึมและกฎที่เปลี่ยนบ่อยโดยไม่มีสิทธิ์ต่อรอง จึงทำให้ครีเอเตอร์ต้องปรับตัวโดยการสร้างฐานแฟนที่แข็งแรงเป็นกุญแจสู่ความยั่งยืนและช่วยลดการพึ่งพาอัลกอริทึม ครีเอเตอร์เรียกร้องให้ภาครัฐเปิดพื้นที่ สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างเท่าเทียม และมีหน่วยงานกลางช่วยสื่อสารข้อมูลและสร้างความร่วมมือ เพื่อผลักดันวงการครีเอเตอร์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดรายงาน Thailand Creator Economy Policy & Industry Briefing ได้ที่ https://forms.gle/9xT2JE3V9nNjf9Gt6

เรื่องล่าสุด