messenger icon
×
หน้าหลัก » ข่าวประชาสัมพันธ์ » สอวช. พาส่อง! 7 ทิศทางการพัฒนากำลังคนของประเทศ

สอวช. พาส่อง! 7 ทิศทางการพัฒนากำลังคนของประเทศ

วันที่เผยแพร่ 5 สิงหาคม 2025 128 Views

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านกำลังคนในหลายด้านทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) รวมถึงปัญหาความแตกต่างของคนต่างรุ่น

สอวช. ได้ทำการสำรวจความต้องการบุคลากรทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2568 – 2572 (Thailand Talent Landscape) พร้อมได้นำเสนอทิศทางการพัฒนากำลังคนของประเทศ 7 แนวทาง ประกอบด้วย

1. ยกระดับสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการพัฒนากำลังคนตามความต้องการของประเทศ

🔸พัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและชุมชน ท้องถิ่น โดยสถาบันอุดมศึกษาร่วมกับภาคอุตสาหกรรม หรือผู้ใช้บัณฑิต ร่วมออกแบบหลักสูตรตามความต้องการของตลาดแรงงานและภาคธุรกิจ ช่วยให้ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนทักษะที่จําเป็นสําหรับการทํางานจริงและสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม

🔸ส่งเสริมมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งบ่มเพาะเทคโนโลยีและนวัตกรรม และสตาร์ทอัพ ผ่านการสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่สําหรับการสร้างและส่งเสริมสตาร์ทอัพ รวมถึงสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

🔸สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ เพื่อพัฒนาทักษะเฉพาะทางให้กับนักศึกษา โดยให้ความสําคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจที่สามารถร่วมมือกันในการจัดการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ทันสมัยและสร้างมาตรฐานทักษะใหม่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน

🔸ผลักดันการฝึกงานที่เน้นประสบการณ์จริง (Co-op & Work-Integrated Learning) ให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้และฝึกฝนทักษะในการทํางานจริงในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยสร้างความพร้อมด้านทักษะและประสบการณ์ในการทํางานในองค์กรต่าง ๆ

2. ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม สร้างมาตรฐานคุณภาพแรงงาน และระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมยุคใหม่

🔸ปรับปรุงมาตรฐานสมรรถนะอาชีพให้ครอบคลุมทักษะที่จำเป็นในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น AI, IoT, เทคโนโลยีชีวภาพ และพลังงานสะอาด

🔸สร้างระบบคุณวุฒิวิชาชีพระดับสากลที่ได้รับการยอมรับ เช่น ISO, PMP, AWS Certification เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานไทย และเพิ่มโอกาสการทำงานในตลาดโลก

🔸ใช้ดัชนีวัดคุณภาพการเรียนรู้ เพื่อติดตามและปรับปรุงหลักสูตรให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

🔸พัฒนากลไกการประเมินผลและรับรองทักษะจากประสบการณ์ทำงาน เพื่อให้แรงงานสามารถได้รับใบรับรองและเก็บสะสมเครดิตได้

🔸นำเทคโนโลยี Big Data และ AI มาใช้วิเคราะห์แนวโน้มทักษะอนาคตที่ต้องการ และปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างทันการณ์

3. ผลิตกำลังคนที่มีทักษะแห่งอนาคตและพร้อมปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

🔸ออกแบบหลักสูตรที่ยืดหยุ่น เพื่อให้แรงงานสามารถเลือกเรียนทักษะเฉพาะทางและต่อยอดองค์ความรู้ ได้ตามความต้องการของอุตสาหกรรม

🔸เน้นการพัฒนาทักษะด้าน STEM และ Soft Skills เช่น การคิดวิเคราะห์ การทํางานเป็นทีม และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสําคัญในสภาพแวดล้อมการทํางานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

🔸พัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น EV, AI, เทคโนโลยีชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียน รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

🔸ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning & Growth Mindset) เพื่อให้แรงงานสามารถพัฒนา ทักษะใหม่ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง สามารถปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและตลาดแรงงาน

🔸สนับสนุนโปรแกรมฝึกอบรมและการเรียนรู้ผ่านการทํางานจริง (On-the-Job Training & Apprenticeship Programs) ให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะที่ใช้ได้จริงในสภาพแวดล้อมการทํางาน

4. ส่งเสริมการพัฒนาทักษะใหม่ เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรม 4.0 และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

🔸เร่งพัฒนาทักษะอนาคตที่จำเป็นในการทำงาน Reskilling, Upskilling และ Cross skilling เพื่อให้แรงงานสามารถปรับตัวเข้าสู่บทบาทใหม่ในภาคเศรษฐกิจดิจิทัล และสามารถทํางานข้ามสายอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

🔸ส่งเสริมหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น เช่น การฝึกอบรมที่เข้มข้น เน้นการปฏิบัติจริงจากภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เพื่อลดช่องว่างทักษะและสร้างแรงงานที่มีความพร้อมสูง

🔸พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ที่เน้นการทํางานจริง (Project-Based Learning & Apprenticeship) เพื่อให้แรงงานได้ฝึกฝนทักษะที่สามารถนําไปใช้ได้จริงในภาคอุตสาหกรรม

🔸สนับสนุนการเรียนรู้แบบ Hybrid Learning โดยผสมผสานการเรียนรู้ผ่านห้องเรียนจริงและแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะของแรงงาน

🔸พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสําหรับเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น การสร้างศูนย์ฝึกอบรมด้าน AI, Cybersecurity และ Digital Marketing เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่

5. ยกระดับการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แข่งขันได้

🔸ใช้ AI และ Big Data วิเคราะห์แนวโน้มทักษะที่ตลาดต้องการ เพื่อออกแบบหลักสูตรและฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม

🔸ส่งเสริมการใช้ Virtual Reality (VR) และ Simulation ในการฝึกอบรมเฉพาะทาง เช่น การฝึกทักษะทางการแพทย์ วิศวกรรม และยานยนต์ ให้ผู้เรียนสามารถฝึกปฏิบัติได้เสมือนจริง

🔸สนับสนุน Open Educational Resources (OER) เพื่อให้การศึกษาและเปิดกว้าง ลดข้อจํากัดด้านต้นทุน และกระจายโอกาสให้กับผู้เรียนทั่วประเทศ

🔸พัฒนาการเรียนรู้แบบ Hybrid Learning ผสมผสานการเรียนแบบออนไลน์และออนไซต์ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะที่สามารถนําไปใช้ได้จริง

🔸สร้างศูนย์กลางนวัตกรรมการศึกษา (Learning Innovation Hub) ที่ทํางานร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัยและตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

6. พัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายและยุทธศาสตร์ของประเทศ

🔸พัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), เศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG), ดิจิทัล, AI และการผลิตขั้นสูง (Advanced Manufacturing)

🔸สร้างโอกาสให้กับวิศวกร นักวิจัย และนักพัฒนาเทคโนโลยี ผ่านการฝึกอบรมและการศึกษาที่เน้นทักษะด้านการวิจัย และทักษะเฉพาะทางเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ต้องการนวัตกรรมและการพัฒนาทางเทคโนโลยี

🔸เชื่อมโยงการพัฒนากําลังคนกับโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อสร้างงานที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในภาคธุรกิจและสังคมที่ต้องการเทคโนโลยีทันสมัยและการแก้ปัญหาที่มีความยืดหยุ่น

🔸เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน สถาบันวิจัย และสถาบันการศึกษา โดยการร่วมมือกันจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะทาง (Center of Excellence – COE) ที่เน้นการสร้างความเชี่ยวชาญที่ตอบโจทย์ทักษะที่ต้องการในอุตสาหกรรมที่กําลังเติบโต

🔸สนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะที่สามารถปรับตัวได้ตามการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เพื่อให้กําลังคนมีเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน และสามารถเติบโตในอาชีพได้ในระยะยาว

🔸ปรับโครงสร้างการพัฒนากําลังคนที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของประเทศ และยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความสมดุลในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว

7. สร้างกลไกการบริหารจัดการกำลังคนเชิงยุทธศาสตร์และดึงดูดบุคลากรระดับสูงเข้าสู่ประเทศ

🔸พัฒนาโปรแกรม Brain Circulation and Utilization ที่เอื้อต่อผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศในการทํางานกับภาคอุตสาหกรรมของไทย เพื่อดึงดูดและใช้ประโยชน์กำลังคนศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ

🔸จัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนการวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม และสนับสนุนการฝึกอบรมสําหรับบุคลากรที่มีความสามารถสูง เพื่อยกระดับทักษะที่จำเป็นในด้านต่าง ๆ

🔸ออกแบบมาตรการ แรงจูงใจ ในการดึงดูดบุคลากรไทยศักยภาพสูงจากต่างประเทศให้กลับมาร่วมงานในประเทศไทย โดยให้โอกาสในการเติบโตในสายอาชีพและร่วมพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ

🔸สร้างกลไกความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน (Public-Private Partnership) เพื่อวางแผนและบริหารจัดการกําลังคนในประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ

🔸ออกแบบระบบที่เอื้อต่อการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถสูงจากทั้งในและต่างประเทศให้มาร่วมทํางานในประเทศไทย โดยให้สิทธิประโยชน์ แรงจูงใจ และโอกาสในเส้นทางอาชีพในระดับสากล

🔸ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรที่มีทักษะจำเป็น หรือทักษะเฉพาะทางในสาขาต่าง ๆ ที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและยุทธศาสตร์ของประเทศ

ที่มา : ผลการสำรวจข้อมูลความต้องการบุคลากรทักษะสูงในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2568 – 2572 (Talent Landscape 2025 – 2029) https://www.nxpo.or.th/th/report/32407/

เรื่องล่าสุด